บันทึกจริงวัฏฏสงสาร : การเวียนมาเกิดของจิ้งแยว่เหลียน

 

ผู้เขียน : ฉี่หาง

[เว็ปไซ้ต์เจิ้งเจียน 26 มิถุนายน 2011]  

ระหว่างขั้นตอนของการบำเพ็ญ บางครั้งฉันจะเห็นกำแพง ประตู รถยนต์ ต้นไม้และอื่นๆ   พูดทักทาย พูดคุยกับฉัน เวลาไปแจกเอกสารอธิบายความจริง  บางครั้งประตูหรือรถยนต์จะขอเอกสารอธิบายความจริงกับฉัน ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกปลงอนิจจัง “สรรพสิ่งมีจิตวิญญาณ   เป็นความจริงไม่ใช่เรื่องเท็จ!”

ปี 2009 ฉันอยู่ที่บ้านผู้ฝึกเห็นดอกไม้ที่เธอปลูก รู้สึกสนใจกล้วยไม้เล็กกระถางหนึ่งเป็นพิเศษ ผู้ฝึกชี้ไปที่   กระถางกล้วยไม้ใหญ่กระถางหนึ่งแล้วพูดกับฉันว่า: “เธอดู กล้วยไม้ใหญ่กระถางนี้ออกดอกอยู่เรื่อยๆ กระถางเล็กเคยออกดอกครั้งเดียวแล้วก็ไม่ออกอีกเลย โมโหจนไม่ยอมโตเลย” ฉันมองดูก็เห็นว่ากล้วยไม้ใหญ่ออกดอกบานสะพรั่ง กิ่งก้านแผ่ขยาย    กล้วยไม้เล็กอยู่ในท่าทีที่ไม่พอใจ ปากมุ่ย ใจจดใจจ่ออยู่ในท่าทีที่โกรธ ไม่มีกระจิตกระใจที่จะออกดอก พูดอีกทีถึงแม้จะออกดอก ดอกก็ไม่โตเท่าดอกของกล้วยไม้ใหญ่   แล้วยังถูกกล้วยไม้ใหญ่หัวเราะเยาะ กล้วยไม้เล็กก็เลยวันๆ เอาแต่กลัดกลุ้ม ปิดกั้นตัวเองไม่ออกดอก มันรู้ว่าฉันชอบมันก็  เลยฝืนกระตุ้นจิตใจขึ้นมามองดูฉันเหมือนเด็กที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม     ฉันไม่ชอบปลูกดอกไม้ แต่ฉันอยากได้กล้วยไม้เล็กกระถางนี้จริงๆ

ปี 2010 ผู้ฝึกย้ายบ้านคิดจะทิ้งดอกไม้เหล่านั้นให้กับคนที่เช่าบ้านต่อ ฉันไปช่วยเธอขนย้ายสิ่งของ กล้วยไม้ใหญ่ที่ริมหน้าต่างพูดกับฉัน “ท่านเอาฉันไปด้วยเถอะ” ดอกไม้กระถางอื่นๆ ก็พูด

อย่างนี้ ฉันรู้ว่าพวกมันไม่อยากจะอยู่กับคนธรรมดาสามัญ แต่ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบปลูกต้นไม้จึงไม่เอ่ยปาก แต่ในใจกลับอยากจะได้กล้วยไม้    เล็กกระถางนั้น เมื่อบอกผู้ฝึกเธอจึงให้กล้วยไม้เล็กแก่ฉัน

มีครั้งหนึ่งทำงานอยู่ที่บ้าน ฉันชำเลืองดูกล้วยไม้เล็ก ทำให้คิดถึงคำพูดของกล้วยไม้ใหญ่ ทันใดนั้นฉันก็ได้ยินกล้วยไม้เล็กพูด

“ท่านอย่าไปเอามันมานะ มันกระล่อนและมีเล่ห์เหลี่ยม ข้าไม่ชอบมัน”  ฉันตะลึงไปชั่วขณะ  ที่แท้ระหว่างดอกไม้ด้วยกันก็มีความขัดแย้ง หลายวันผ่านไป    ฉันมองเห็นจิตวิญญาณของดอกไม้ที่ซ่อนแฝงอยู่ หลังจากนั้นหนึ่งเดือน ฉันรู้แล้วว่ามันเคยเป็นสาวใช้คนหนึ่ง  เมื่อตอนที่ฉันเป็นโพธิสัตว์ซาแยว่อยู่บนสวรรค์ มีชื่อว่าจิ้งแยว่เหลียน   มันเวียนมาเกิดในโลกและได้ผูกวาสนากับฉันหลายครั้งในประวัติศาสตร์ ในช่วงธรรมะปลายที่ต้าฝ่าถ่ายทอดอย่างกว้างไกลในวันนี้ มันไม่ได้มาเกิดในร่างคน  จึงมาพบกับฉันในรูปแบบชนิดนี้ ทำให้ฉันเข้าใจว่าทำไมพอฉันเห็นฉันจึงชอบมันมาก

นับจากนั้นเป็นต้นมา จากที่มักจะลืมรดน้ำต้นไม้เสมอ ฉันต้องคอยเตือนตัวเองไม่ให้ลืมรดน้ำให้กล้วยไม้เล็ก จิ้งแยว่เหลี่ยน(กล้วยไม้เล็ก) อิจฉาลูกสาวของฉันมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งขณะลูก   สาวท่องฝ่าอยู่ สายตาของเหล่าเทพบนสวรรค์พากันรวมศูนย์มาที่ห้องของลูกสาว    พากันตั้งใจฟัง    พร้อมกับส่งเสียงชื่นชม เทพจี้หมิงพูดว่า “เด็กคนนี้ท่องได้ดีจริงๆ” เทพอีกองค์หนึ่งเฟ่ยแยพูดว่า “แม่ของเด็กดูจะเกียจคร้านสักหน่อย”  ฉันจึงรีบทบทวนตัวเอง     พร้อมกับพูดเรื่องนี้กับลูกสาว  จิ้งแยว่เหลียนได้ยินแล้ว ทั้งรู้สึกยินดีให้กับเจ้านาย แต่ก็รู้สึกเสียใจที่ตัวเองไม่ได้เกิดมาในร่างคน    ไม่สามารถได้ฝ่า ไตร่ตรองไปมารู้สึกว่ามีปณิธาณที่สำคัญมากที่ยังไม่บรรลุเป็นจริง   จึงร่ำไห้เสีย  ใจเป็นเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืน ระบบชีพจรของกล้วยไม้เล็กกระทบกระเทือนอย่างหนัก ก็เหมือนความรู้สึก   ของคนที่เศร้าเสียใจปิ่มว่าจะขาดใจตาย  ทูตดอกกระบองเพชรเห็นกล้วยไม้เล็กเป็นเช่นนั้น รู้สึกเห็นใจมาก    จึงรายงานเรื่องขึ้นไปที่วังบุบผาบนสวรรค์ เทพแห่งร้อยบุบผารับรู้ถึงจิตที่แสวงหาฝ่า  ของจิ้งแยว่เหลียน แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้

ความเศร้าโศกเสียใจของจิ้งแยว่เหลียนสั่นกระเทือนไปถึงสวรรค์ สวรรค์ส่งเทพเอ้อหลางเสิน ลงมาตรวจสอบเรื่องราว หลังจากตรวจสอบแล้วเทพเอ้อหลางเสินรายงานไปยังสวรรค์ ซึ่งยังความประหลาดใจ แก่เหล่าเทพว่าเหตุใดพลังความโศกเศร้าของดอกไม้เล็กๆนี้จึงสามารถทะลวงขึ้นไปบน    สวรรค์ได้หนา เมื่อตรวจสอบการเวียนมาเกิดของดอกกล้วยไม้นี้ จึงรู้ต้นสายปลายเหตุ ในรัชสมัยถัง กล้วยไม้เล็กเคยไปเกิดเป็นภรรยาน้อยของขุนทหารหลั๋วเฉิง ในรัชสมัยหมิงตอนต้นเคย  ไปเกิดเป็นหนิงชูฟ้งน้องสาวของหนิงชูฟางซึ่งเป็นภรรยาของขุนพลเอกหลานอวี้ ในต้นราชวงศ์ชิง  เคยไปเกิดเป็นลูกสาวของจักรพรรดิ์คังซีซึ่งเสียชีวิตจากการเป็นไข้เนื่องจากออกหัดเมื่ออายุ 4ขวบ   พร้อมกับตรวจพบว่าจิ้งแยว่เหลียนควรจะได้ฝ่าในช่วงธรรมะปลาย ดังนั้นสวรรค์จึงเรียกประชุมเหล่าเทพบุบผา เทพผู้ดูแลการเวียนไปเกิดเพื่อจัดวางให้จิ้งแยว่เหลียนไปเกิดใหม่

ความโศกเศร้าของจิ้งแยว่เหลียนในครั้งนี้ทำให้ระบบชีพจรของกล้วยไม้เล็กกระเทือนจนขาดในที่สุด ปรากฎออกมาในหมู่คนคือความเย็นจัดของฤดูหนาวทำให้กล้วยไม้เล็กหนาวจนแข็งตายอยู่บนระเบียง ฉันคุกเข่าตรงหน้ากระถางดอกไม้ รู้สึกใจหาย กล้วยไม้เล็กพูดกับฉันว่า “มีฉิงมากเหลือเกิน” ฉันทบทวนตัวเอง ใช่ฉิงที่มีต่อกล้วยไม้เล็กนั้นมากเหลือเกินจริงๆ ผู้บำเพ็ญ      เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร

วันที่ 12 พฤษภาคมในปีนี้ ฉันรู้ว่ากล้วยไม้เล็กได้กลับชาติกลับมาเกิดเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ย่าของเธอเป็นศิษย์ต้าฝ่าที่ก้าหน้า ปัจจุบันการจะมาเกิดในครอบครัวศิษย์ต้าฝ่านั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ศิษย์ต้าฝ่าที่ก้าวหน้า บำเพ็ญได้ดีนั้นต้องบำเพ็ญกามารมณ์ทิ้งไป ต้องทำตามข้อกำหนดของ

อาจารย์คือ   ไปทำสามเรื่อง คนที่บำเพ็ญไม่ค่อยก้าวหน้าลุ่มหลงอยู่ในหมู่คน ถ้าไปเกิดเป็นชีวิตของเขาตรงนั้น ก็สองจิตสองใจ สามารถไปเกิดในครอบครัวของศิษย์ต้าฝ่าที่ก้าวหน้า ต้องมีบุญวาสนาที่ใหญ่มากทีเดียว นอกจากนี้สงครามใหญ่กำลังจะจบลงแล้ว เวลาไม่คอยคน จิ้งแยว่เหลียนโชคดีมากๆ นี่ก็สัมพันธ์กับความมุ่งมาดปรารถนาของเธอ ในช่วงเวลาเจิ้งฝ่า ด้านที่เข้าใจของกล้วยไม้เล็กก็รู้  ว่าการเป็นศิษย์ต้าฝ่านั้นช่างโชคดีเหลือเกิน

กล้วยไม้เล็กถูกกล้วยไม้ใหญ่รังแกและกดขี่เป็นเวลาแปดปี ในประวัติศาสตร์ก็มีความอาฆาตแค้นอยู่เดิม

กล้วยไม้เล็กเป็นนางกำนัลในวังในสมัยของหมิงเซียนจง ชื่อว่านางซูไฉ่เอ๋อ  อายุ 32 ออกจากวัง แต่งไปเป็นเมียน้อยของตาเฒ่าอู๋ฉ่วงวัย 50ปี มีลูกสาวชื่ออู๋ฟ่ง นางไฉ่เอ๋อ มีอุปนิสัยใจกว้างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รู้หนังสือรู้มารยาท เป็นที่รักของสามี เมียหลวงนางหวังไฉ่ผิง อิจฉานางเป็นอย่างยิ่ง นางหวังไฉ่ผิงมีลูกชายสองคน ซึ่งก็ไม่พอใจและกลั่นแกล้งเมียน้อยของพ่ออยู่เนืองๆ เมื่อเมียน้อยมีครรภ์อีก หมอดูทำนายว่าเมียน้อยจะคลอดลูกชายและมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่      ตาเฒ่าอู๋  ฉ่วง ฟังแล้วดีใจยิ่งนักจึงสั่งห้องครัวให้ทำอาหารดีๆให้เมียน้อยรับประทาน  เมียหลวงอิจฉา ยิ่งนักบ่นให้ลูกชายคนโตอู๋ปินและลูกใช้คนรองอู๋ผู่ว่า “ต่อไปจะมีคนมาแบ่งสมบัติ   เพิ่มขึ้นอีกคน พวกเจ้าจะได้ไม่กี่มากน้อยเป็นแน่” อู๋ผู่เป็นคนซื่อสัตย์สุจริตฟังแล้วไม่พูดว่าอะไร    อู๋ปินเป็นคนอวดดีชอบ เอาชนะ กลัวว่าน้องชายต่างมารดาเกิดมาแล้วตัวเองจะได้สมบัติน้อย จึงเกิดความคิดชั่วร้ายใส่ยาทำแท้งและยาพิษลงในอาหารเพื่อจะให้นางไฉ่เอ๋อตายไปอย่างช้าๆ โดยคาดไม่ถึงว่าเมียหลวงจะไปที่ห้องนางไฉ่เอ๋อพูดจาเสียดสี นางไฉ่เอ๋อจึงรีบนำอาหารที่ห้องครัวส่งมาให้เมียหลวงรับประทาน เมียหลวงก็ไม่เกรงใจเอามารับประทาน นางไฉ่เอ๋อไม่อยากอาหาร    ให้คนรับใช้นำอาหารที่เหลือส่งไปที่ห้องเมียหลวง

ตกค่ำเมียหลวงปวดท้อง อู๋ปินมาดูแม่ถามแม่ว่ารับประทานอะไรเข้าไป ภรรยาหลวงชี้ไปที่อาหาร อู๋ปินตกใจรีบคุกเข่าต่อหน้ามารดา เมียหลวงเข้าใจเรื่องราวทันที จับมือลูกชายบอกลูกอย่าพูดออกไป และไม่ต้องไปหาเรื่องนางไฉ่เอ๋อ ความลับจะได้ไม่เปิดเผย บอกให้ลูกชายคนโตรีบกลับไปที่ห้องตัวเอง ภรรยาหลวงปวดท้อง ทั้งอาเจียนทั้งถ่ายท้อง จิตใจทั้งโกรธทั้งเคียดแค้น ทรมานเป็นเวลาหนึ่งคืน พลังชีวิตบอบช้ำและเสียชีวิตไปครึ่งเดือนหลังจากนั้น นางไฉ่เอ๋อตกใจมาก ตาเฒ่าอู๋ฉ่วงตรวจสอบเรื่องราวอย่างลับๆ หลังตรวจสอบจนรู้เรื่องแล้วจึงคิด “เรื่องน่าอับอายในบ้านไม่อาจจะให้คน ภายนอกล่วงรู้ได้” จึงให้เงินทองลูกชายคนโตอู๋ปินไปค้าขายกับเพื่อนในที่ห่างไกล และซื้อที่นาหนึ่งร้อยไร่ให้ลูกชายคนรองอู๋ผู่ไปทำมาหาเลี้ยงชีพ ส่วนตัวเองอยู่กับนางไฉ่เอ๋อแม่ลูก

นางไฉ่เอ๋อปกตินั้นรักและสงสารกระทั้งดอกไม้ใบหญ้า แม้ว่าตัวเองไม่ได้ฆ่านางหวังไฉ่ผิง แต่นางกลับต้องตายไปเพราะตัวเอง รู้สึกหดหู่ใจที่ครอบครัวช่างมีสภาพเหมือนอยู่ในวัง จิตใจไม่สามารถ สงบลงได้ จึงไปวัดสวดมนต์อธิษฐานขอให้เมียหลวงไปสู่สุคติ

ครึ่งปีให้หลังนางฝันเห็นเมียหลวงมาพูดว่า “น้องสาว ฉันไปเกิดแล้ว อู๋ปินเป็นศัตรูคู่แค้นของฉันในชาติก่อน ฉันได้ชำระหนี้กรรมหมดแล้ว เธอกับฉันอยู่ด้วยกันเป็นเวลาแปดปี เธอได้รับความรักและการทะนุถนอม ฉันได้รับแต่ความเหงาถูกทอดทิ้ง ต่อไปหากมีวาสนา เจ้าต้องติดตามเป็นเพื่อนฉัน  แปดปี”  นางไฉ่เอ๋อรีบตอบรับโดยไม่รอช้า พร้อมกับสาบานตามคำขอของเมียหลวง หลังจากตื่นขึ้นมาจึงเล่าความฝันให้สามีฟัง สามีถอนหายใจพูดว่า “เช่นนั้นต่อไปเจ้าก็ติดตามเป็นเพื่อนนางแปดปีก็แล้วกัน”ในช่วงเวลาธรรมะปลาย เมียหลวงและนางไฉ่เอ๋อต่างเวียนมาเกิดเป็นกล้วยไม้ใหญ่และกล้วยไม้เล็ก แปดปีมานี้กล้วยไม้เล็กถูกกล้วยไม้ใหญ่พูดจาเสียดสีต่างๆ นานา ที่แท้นางถูกพันธนาการด้วยเหตุแห่งความเคียดแค้นแต่ชาติปางก่อน

กล้วยไม้เล็กยังเคยเวียนไปเกิดเป็นต้นอิ้นซิ่ง(เฮงยิ้นเงิน ต้นอัลมอนด์) เป็นเวลาร้อยยี่สิบปี ไป   เกิดเป็นก้อนหินบนกำแพงแดงสามร้อยปีก่อนจะเสื่อมสลายไปเนื่องจากดินฟ้าอากาศ เกิดเป็นชาวสวรรค์ห้าร้อยปี   เกิดเป็นต้นเหล็ก(ชื่อพุ่มไม้ที่เขียวขจีตลอดปี)เจ็ดร้อยปี  ยังเคยเกิดเป็นราชางูที่มณฑลหยูนหนานร้อยยี่สิบปี  เกิดเป็นหมูป่าและถูกไล่ล่าจากนายพราน ยังเคยเกิดเป็นนกยูงและชีวิต   อื่นๆ เป็นต้น

จุดประสงค์ที่เขียนเรื่องนี้ออกมา หนึ่งคือต้องการจะเตือนศิษย์ต้าฝ่าให้เห็นคุณค่าของโอกาสแห่งวาสนาของการบำเพ็ญ การได้มาเกิดในร่างคนนั้นยากลำบาก การได้ต้าฝ่านั้นต้องประสบความทุกข์ยากนานับประการจึงจะสามารถได้มาซึ่งเกียรติภูมิอันยิ่งใหญ่ในจักรวาล สองคือหวังว่าผู้ฝึกเก่าจะสั่งสอนบุตรธิดาให้ดี พยายามนำพาพวกเขาให้ได้ฝ่า พวกเขาและพวกเธอไม่ใช่มาเพื่อจะเป็นลูกหลาน หรือญาติมิตรของท่าน แต่มาเพื่อจะมาบำเพ็ญ มาเพื่อจะได้ต้าฝ่า อย่าได้ทำให้เขาผิดหวังที่พวกเขาได้ฝากความหวังไว้กับท่านในเวลานั้นที่พวกเขาเลือกมาเกิดในครอบครัวท่าน

27/06/2011