บทความแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นของผู้ฝึกฝ่าหลุนกง


ประสบการณ์ความประทับใจในการขจัดการล้างสมอง



( หมิงฮุ่ย 2010-6-3 ) เจิ้งฝ่ามาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว ยังคงมีสรรพชีวิตมากมายที่ต้องการพวกเราไปช่วยเหลือ แต่ฉันเห็นว่ายังมีเพื่อนผู้บ าเพ็ญจ านวนไม่น้อย ที่ถูอิทธิพลเก่าเจาะช่องว่าง เนื่องจากจิตยึดติดไม่ได้ทิ้งไป ทยอยถูกจับกุม ประทุษร้ายกระทบต่อการช่วยเหลือสรรพชีวิต บางคนถูกผู้คุม หรือนักโทษในคุกทุบตีอย่างทารุณ บ้างถึงกับเสียชีวิตไป ฉันได้เห็นเรื่องเหล่านี้แล้วรู้สึกปวดใจ จึงคิดน าเอาประสบการณ์การบ าเพ็ญอยู่ในคุกของตนเองเขียนออกมาเพื่อแลกเปลี่ยนและยกระดับพร้อมกันไปกับเพื่อนๆ



ฉันได้ฝ่าค่อนข้างช้า คืออยู่ในช่วงการยืนยันความถูกต้องให้ฝ่า เนื่องจากตัวเองศึกษาฝ่าไม่ลึกซึ้ง จึงมีช่องโหว่มาก ถูกอิทธิพลเก่าเจาะช่องโหว่ จึงถูกจับพร้อมกับเพื่อนฯ ถูกพิพากษาจ าคุกอย่างผิดกฎหมาย เมื่อเพิ่งเข้ามาอยู่ในคุก สิ่งแรกที่เห็นคือเพื่อนฯในอดีตที่ถูก “เปลี่ยนแปลง” แล้วตามที่เรียกกัน เรื่องนี้ท าให้พวกเรากลุ่มใหม่ที่ถูกจับกุมมา งุนงงมาก ไม่อาจเข้าใจได้ว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ เดิมทีเขาเป็นผู้ฝึกคนหนึ่งที่ยืนหยัดถึงเพียงนั้น เพียงไม่กี่วันหรือกระทั่งแค่วันเดียว จึงกลายเป็นคนละคนไป เปลี่ยนแปลงมากและเร็วจนน่าตกใจ ที่แท้เกิดปัญหาขึ้นที่ตรงไหน แล้วพวกเราควรจะท าอย่างไรกันดี เรื่องเหล่านี้ท าให้พวกเรารับรู้ได้ถึงความเข้มงวดของการบ าเพ็ญ และความชั่วร้ายของการล้างสมองกับความเข้มงวดของการข้ามด่าน จากนั้นมา ดูเหมือนว่าฉันสุกงอมขึ้นมากในทันที ไม่บ าเพ็ญแบบเล่นๆอย่างนั้นอีกแล้ว รู้ถึงความหมายของค าว่า “ การทดสอบแบบไม่มีจุดรั่วทั่วทุกด้าน สลายสิ้นไม่เหลือจิตยึดติดใดๆ” (จิงจิ้นเหย่าจื่อสอง หัวข้อ ก้าวสู่หยวนหมั่น) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่จะคลุมเครือแม้แต่น้อยไม่ได้ ต่อไปขอพูดถึงความรู้สึกซาบซึ้งเข้าใจในการบ าเพ็ญจริงสักเล็กน้อย

1 ดับสลายการประทุษร้ายในห้องล้างสมองในคุก

ครั้งแรกที่พวกชั่ วร้ายพยายามล้างสมองฉัน คือเมื่อตอนที่เพิ่งเข้าไปในคุกได้สองเดือน ในเวลานั้นฉันคิดจะปฏิเสธการคุมขังอย่างทั่วด้านในทันที ครั้นแล้วจึงอดอาหาร แต่หลังจากถูกจับกรอก ฉันรู้สึกได้เองว่าการศึกษาฝ่าและซินซิ่งยังตามไม่ทัน ยังห่างไกลมากจากข้อก าหนดด้านซินซิ่งต่อการข้ามด่าน ครั้ นแล้วจึงได้สติ หยุดการอดอาหาร แล้วเพิ่มการศึกษาฝ่า ท่านอาจารย์สอนว่า “ ในวันนี้ หากท่านท าได้ในทันใด วันนี้ท่านก็เป็นพระพุทธแล้ว ซึ่งไม่อาจเป็นจริงได้ ท่านจะค่อยๆ ท าได้ถึงจุดนี้เอง” ( จ้วนฝ่าหลุน) ในตอนนี้ พวกชั่วร้ายจึงระดมพวก “ยูดาส”(ศิษย์ทรยศ -ในสมัยพระเยซู มีศิ

ษย์คนหนึ่ง ทรยศ เผยที่หลบภัยของพระองค์ให้ กับทหารโรมัน ท าให้พระองค์ถูกจับตัวมาตรึงไม้กางเขน) มาล้างสมองฉัน ฉันใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ ข้ามด่านได้ส าเร็จ ยุติการล้างสมอง



เมื่อตอนเริ่มต้นเพื่อนผู้บ าเพ็ญหลายคนต่างห่วงใยฉัน แต่สุดท้ายก็ข้ามด่านได้ส าเร็จอย่างสะอาดหมดจด เสริมสร้าง

ก าลังใจให้กับเพื่อนผู้บ าเพ็ญคนอื่นๆ และเป็นการเคาะศีรษะพวกชั่วร้ายที่ก าเริบเสิบสาน ขั้นตอนในระหว่างนั้นเป็นดังนี้ พอเริ่มต้นรู้สึกเครียดบ้าง กลัวบ้าง คิดจะใช้การปฏิเสธทั่วทุกด้านมาปกปิดจิตหวาดกลัว คิดหลบเลี่ยง “ยูดาส” ที่จริงเพียงการอาศัยซินซิ่งของตนเอง คิดจะปฏิเสธอย่างทั่วด้านต่อการคุมขังนั้นเป็นไปไม่ได้ แม้จะมีเพื่อนผู้บ าเพ็ญบางคนท าได้แล้วก็ตาม แต่กรรม ซินซิ่ง และรากฐานจิตใจของแต่ละคนนั้นต่างกัน จึงต้องท าไปโดยประเมินก าลังตนอย่างมีสติสัมปชัญญะ ไม่หลับหูหลับตาท า ท าไปตามก าลังที่สามารถแบกรับได้ อดทนได้ของตนเอง เดินออกมาบนเส้นทางของตนเองอย่างมั่นคง ครั้นแล้วฉันจึงเพิ่มการศึกษาฝ่า ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง นอน อยู่ก็พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะท าให้ตนเองมีฝ่าบรรจุอยู่เต็มสมอง ไหนเลยจะเป็นแค่หนึ่งประโยคหรือหนึ่งตัวอักษร ขอเพียงเป็นค าพูดหรือตัวอักษรตัวหนึ่งในต้าฝ่าก็ใช้ได้แล้ว นอกจากเวลานอนหลับแล้ว ในเวลาอื่นจะไม่ให้สมองออกห่างจากฝ่า ศรัทธามั่นในค าพูดของท่านอาจารย์ ที่ว่า “ฝ่าสามารถท าลายจิตยึดติดทั้งปวง ฝ่าสามารถท าลายสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง ฝ่าสามารถขจัดค าลวงทั้งปวง ฝ่าสามารถท าให้เจิ้งเนี่ยนแน่วแน่ ” (จากจิงจิ้นเหย่าจื่อสอง หัวข้อ ขจัดการรบกวนทิ้งไป ) ในเวลานั้ นจิงเหวินที่

ฉันท่องจ าได้ มีน้อยมาก จึงได้แต่ท่องในใจว่า “ฝ่าหลุนต้าฝ่าฮ่าว เจิน ซั่น เหยิ่น ฮ่าว อี้เจิ้งยาไป่เสีย (หนึ่งความเที่ยงธรรมสยบสิ่งชั่วร้ายนับร้อยได้)” ก็เหมือนกับพระในวัดที่บริกรรม “อาหนีถอฝอ” ท่องทวนซ้ าไปมาไม่มีหยุด ไม่ว่าพวกเขาพูดอะไร ก็จะไม่ไปวิเคราะห์เนื้อความที่พวกเขาพูด ไม่คาดการณ์ว่าพรุ่งนี้จะท าอย่างไรกับพวกเขาบ้าง มีแต่ท่องฝ่าของท่านอาจารย์ไม่มีหยุด เรื่อยไปจนหลับ วันแล้ววันเล่า สามวันผ่านไป พวก “ยูดาส” หกเจ็ดคน ก็ไม่พูดกับฉันอีกแล้ว หันไปอ่านหนังสือพิมพ์ของเขาเอง หรือสัปหงก



สรุปคือความส าเร็จในการขจัดการล้างสมองครั้งนี้ ฉันมีความรู้สึกซาบซึ้งและเข้าใจดังนี้

1ประจักษ์ชัดในธาตุแท้ของสิ่งชั่วร้าย ไม่ว่าจะเป็นใคร ไหนเลยจะเกรงว่า เดิมเป็นเพื่อนผู้บ าเพ็ญ ในสถานที่ชนิดนี้(ห้องล้างสมอง)หากมาพูดจาแนะน าอะไร ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องที่พวกมาร ผีเน่า ที่ถูกอิทธิพลเก่า ถูกชีวิตที่ชั่วร้ายอาศัยใช้มาท าลายฝ่า ประทุษร้ายผู้ฝึกท ากัน ท่านอาจารย์สอนว่า “ คนเหล่านั้นที่ชูธงเป็นผู้ฝึกต้าฝ่า แพร่การรับรู้ผิดๆ ไม่ว่าที่ผ่านมาผู้นั้นเคยเป็นผู้ฝึกหรือไม่ ก็ล้วนก าลังท าเรื่องของมารที่ท าลายต้าฝ่าทั้งสิ้น” (จิงจิ้นเหย่าจื่อสอง – เจี้ยนอี้

: ชี้แนะ) “ ไม่ว่าที่ผ่านมา ในขณะที่ถูกจับ ถูกตีนั้น เขาจะแสดงออกมาดีอย่างไร ก็ล้วนท าไปเพื่อการกระโดดออกมาให้ร้ายฝ่าในวันนี้ เตรียมการเพื่อสร้างความงุนงงให้กับผู้ฝึก หวังว่าผู้ฝึกจะไม่เชื่อฟังค าลวงที่ชั่วร้ายของพวกเขา” (จิงจิ้

นเหย่าจื่อสอง- ดับลมหายใจสิ่งชั่วร้าย) ดังนั้น ไม่ว่าในเวลานี้ค าพูดของพวกเขาจะสวยหรูอย่างไร มีเหตุผลดีเพียงไร ที่จริงล้วนแต่เป็นการรับรู้ผิดๆทั้งสิ้น ไม่จ าเป็นต้องไปวิเคราะห์แยกแยะว่า ค าพูดใดถูก ค าพูดใดผิด อย่าไปยอมรับแม้แต่น้อย ไม่ฟัง พึงสนใจแต่การท่องฝ่าของท่านอาจารย์อยู่ในใจก็พอแล้ว อย่าถูกชักนาโดยฉิงหรือคนที่คุ้นเคยแค่เปลือกนอก



2. ในสมองไม่ห่างจากฝ่าตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ห่างจาก เจิน ซั่น เหยิ่น ไม่ห่างจากท่านอาจารย์ ไม่ว่าในขณะพูดคุย หรือหลังจากพูดเสร็จ โดยเฉพาะคือหลังจากพูดเสร็จ ตัวเองอยู่ตามล าพังยิ่งไม่ควรไปคิด ไม่ไปวิเคราะห์ค าพูดของพวกมัน มีใจเดียวคือ ศึกษาฝ่า เพราะตลอดขั้นตอนของการทดสอบที่แท้แล้วก็คือ ดูว่าท่านจะออกห่างจากฝ่าหรือไม่ ดังนั้นเพียงแต่รักษาความนึกคิดให้อยู่ในฝ่าก็ใช้ได้แล้ว



3ปล่อยวางจิตหวาดกลัวต่อ “ห้องล้างสมอง” ต่อ “ยูดาส” เผชิญหน้ากับพวกเขาอย่างตรงๆ แน่วแน่ศรัทธาในอาจารย์ และฝ่า ใครก็ขวางท่านไม่ได้ ในใจปล่อยวางห่อผ้า(ภาระทางความคิด)นี้ได้จริงๆ ก็จะไม่มีอะไรที่น่าหวาดหวั่น ฉันเป็นศิษย์ต้าฝ่า ฉันคือเทพ พวกเขาเพียงแต่ถูกควบคุมอยู่ ที่แท้เป็นเพียงพฤติกรรมที่ถูกผีเน่าควบคุมไว้ ฉันจะกลัวเกรงแกได้อย่างไรกันนะ เช่นนี้จึงสามารถปล่อยวางจิตหวาดกลัวลงได้ ดังนั้นสองปีให้หลัง เมื่อพวกชั่วร้ายคิดจะให้ฉันเข้าห้องล้างสมองอีก ครั้งนี้ก็แค่ปฏิเสธตรงๆแบบสบายๆ เนื่องจากระดับจิตนี้สอดคล้องกับหลักการที่ว่า ไม่มี จิตนี้อยู่ก็จะไม่มีทุกข์ภัยนี้ ฉันเห็นผู้ฝึกบางคนปฏิเสธไม่ส าเร็จมาโดยตลอด ที่จริงเป็นเพราะในส่วนลึกของใจเขาซ่อนจิตหวาดกลัวต่อ “ยูดาส”

ไว้ และบ้างยังมีใจคนที่หนักมาก ดังนั้นสิ่งที่ฉันรับรู้(อู้)ได้ว่า หากคิดจะปฏิเสธอะไร ก่อนอื่นท่านต้องปล่อยวางอะไร ท่านปล่อยวางมันไม่ได้ กลัวมัน หวาดหวั่นมัน อิทธิพลเก่าจึงยึดกุมจิตนี้ของท่านมาประทุ

ษร้ายท่าน

ถึงท่านจะอยู่บ้านล็อกประตูไว้แน่น มันก็กล้าปีนเข้าทางระเบียงบ้านท่าน กล้าจับกุมท่านกลางวันแสกๆบนถนน ขณะท่านไปปฏิบัติภารกิจ หรือระหว่างทางขณะไปซื้อกับข้าว สาเหตุก็อยู่ที่ตรงนี้ เพราะท่านหวาดกลัว “ยูดาส” “หกหนึ่งศูนย์”(หน่วยงานแบบเกสตาโปของจีนก่อตั้งขึ้นเพื่อจัดการฝู้ฝึกฝ่าหลุนกงโดยเฉพาะ) กลัวห้องล้างสมอง ซึ่งก็คือช่องโหว่ที่ใหญ่มาก ผู้ปกครององค์หนึ่งของจักรวาลใหม่ในระดับชั้นที่ต่างกันในอนาคต จะเกรงกลัววิญญาณชั่ว กับผีเน่าได้หรือ เราต้องแข่งกับเวลาช่วยเหลือสรรพชีวิต แต่ หากถูกจับเข้าห้องล้างสมองจริงๆ นั่นก็ไม่มีอะไรต้องกลัว อาจารย์สอนว่า “ จับมาแล้วฉันก็ไม่เคยคิดจะกลับออกไป มาที่นี่แล้วฉันก็มายืนยันความถูกต้องของฝ่า เช่นนั้นพวกชั่วร้ายย่อมหวาดกลัว” ( การบรรยายฝ่าที่มหานครนิวยอร์ก) เช่นนี้จึงจะสามารถก้าวออกมาจากห้องล้างสมองที่แฝงอยู่ในเงามืดของใจเราได้อย่างแท้จริง เมื่อการบ าเพ็ญลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเสริมความแข็งแกร่งของการฟาเจิ้งเนี่ยน ซินซิ่งก็ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง พอครั้งที่สาม พวกชั่วร้ายอาศัยญาติสนิทของฉัน ( ในขณะนั้นหล่อนไม่เพียง “เปลี่ยนแปลง”แล้ว หากยังช่วยพวกชั่วร้าย “เปลี่ยนแปลง”ผู้ฝึกคนอื่นด้วย) มาจัดทาห้องล้างสมอง ภายในสามวันฉันได้เกลี้ยกล่อมหล่อน ในขณะนั้นพวกชั่วร้ายมากันอย่างฮึกเหิม มีพวกชั่วร้ายจากหน่วย

610”ระดับต่างๆของเมือง อ าเภอ และคุก ฉันเข้าใจดีว่า เพื่อนศิษย์ต้าฝ่าคนหนึ่งซึ่งเดิมทีนั้นแน่วแน่

ต้องถูกล้างสมอง “เปลี่ยนแปลง” เนื่องจากมีช่องโหว่(จุดรั่ว)ถูกอิทธิพลเก่าเจาะช่องว่างควบคุมเอาไว้แล้ว ตัวหล่อนเองไม่เป็นตัวของตัวเอง หากจะช่ วยหล่อน ก่อนอื่นต้องฟาเจิ้งเนี่ยน ดับสลายสิ่งชั่วร้ายทั้งหมดที่อยู่ข้างหลังหล่อน ดังนั้นสองวันแรกจึง เพียงแต่ฟาเจิ้งเนี่ยนอย่างเงียบๆให้กับหล่อน ใช้ก าลังทั้งหมดก าจั ดสิ่งชั่วร้ายทั้งหมดที่อยู่

ข้างหลังหล่อน หลังจากก าจัดหมดแล้ว จึงแก้ไขปมที่เป็นข้อข้องใจให้ ในเวลานี้หล่อนจึงเข้าใจได้อย่างรวดเร็วมาก หลังจากหล่อนเข้าใจความจริงแล้ว

จึงพูดออกมาอย่างชัดเจนและจริงจังต่อหน้าพวกชั่ วร้าย “610”ว่า “ฝ่าหลุนต้าฝ่าเป็นฝ่าที่ถูกต้อง” หวนกลับสู่ขบวนของ การบ าเพ็ญต้าฝ่าอีกครั้ง ดังนั้นแม้แต่สิ่งชั่วร้ายที่อยู่ ข้างหลังคนชั่วหน่วย“610”ในที่นั้นก็ถูกก าจัดไปด้วย พวกเขาก็หัน กลับมาแนะน าให้พวกเราบ าเพ็ญให้ดีๆ ดังนั้นการฟาเจิ้งเนี่ยนจึงส าคั ญมาก จะต้องเริ่มต้ นจากการฟาเจิ้งเนี่ยน ไม่ควรฝืน โต้เถียงกันโดยเปลือกนอก ในระหว่างการพูดคุยกัน บางทีการฟาเจิ้งเนี่ยนอาจถูกพวกเขาพู ดรบกวนได้ ความนึกคิ ด มักจะไม่รวมศูนย์ ไม่มีสมาธิ ฉันจึงสอดมือไว้ ในกระเป๋าแล้วเขียนค าว่า “เมี่ย (ดับสลาย)” ซ้ าๆ เขียนไปพลางนึ กไปพลาง ถึงค าว่า เมี่ย นี้ หรือใช้ความคิดเขียนบนตัว บนหน้าของฝ่ายตรงข้าม เขียนทีละขีด ละขีด เช่นนี้จึงจะไม่เสียสมาธิ รวบรวมพลังใจไปที่ค าว่า “เมี่ย” ซึ่งก็เป็นการอยู่ ในฝ่า ตั้ งแต่ต้นจนจบ พูดคุยเหมือนๆกั นอยู่สองสามวัน สิ่งชั่วร้ายข้าง

หลังฝ่ายตรงข้ามก็ ดับสลายสิ้น ตอนนี้ท่านพู ดอะไรกับหล่อนอีก หล่อนจึงจะสามารถรับฟัง รวมทั้ง หน่ วย “610” หรือ ต ารวจชั่ ว แม้ว่าพวกเขายังคงไม่เห็นด้ วย แต่อย่างน้อยก็จะไม่ท าชั่ วอีก ในการบ าเพ็ญจริงเมื่อฉั นมองเห็นสิ่งชั่วร้ายที่ ควบคุมคนถูกดับสลายไปนั้น คนชั่วบางคนจะสั่นสะท้านไปทั้งตัว ยืนไม่อยู่ จะล้มคว่ าให้ได้ บ้างก็ไม่ กล้ามองฉันตรงๆ ยังมีบางคนโรคหัวใจก าเริบขึ้ นมา ต้องรีบเข้าโรงพยาบาล ราวกับวิ ญญาณร่ วงหล่นไป บ้างถึงกับพู ดตรงๆว่า- ผมอยู่ไม่ ไหวแล้ว ผมจะตายแล้ว มีอยู่ครั้งหนึ่ง หลังจากฉันฟาเจิ้ งเนี่ยนต่อต ารวจชั่วหน่ วย “ 610” เห็นว่าใกล้จะเพียงพอแล้ว จึง ถามเขาว่า “คุณชื่อว่าอะไร”(ที่ จริงฉั นรู้ชื่อเขาอยู่แล้ว) เขาตอบว่า “ ผมชื่ออิทธิพลเก่า” ฉั นยังถาม ต ารวจชั่วอี กคน ว่า “คุณ ชื่ออะไร” เขาอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ผมเรียกว่า สมาชิกพรรคคอมมิ วนิสต์” จากการบ าเพ็ญจริงฉันมองเห็นว่า สิ่งชั่วร้ายที่แท้จริงนั้นอยู่ ข้างหลังพวกเขา คนที่ ระดับชั้ นนี้ก็ คือถูกวิญญาณชั่วควบคุมอย่างแท้จริง ดังนั้นจะกอบกู้ชี วิตก็ดี หรือยับยั้งการประทุ ษร้ายก็ดี ที่ส าคัญอยู่ที่ การดับสลายสิ่งชั่วร้ายที่อยู่ข้างหลัง อาจารย์สอนว่า “เพราะพวกเรานั้ นบ าเพ็ญเจิ้งฝ่า

ต่อชีวิตที่ดีงามและชาวโลก ล้วนต้องปกป้องและช่วยเหลือ ดังนั้นการท าเรื่องใดๆจึงต้องแสดงออกแต่ด้านที่ดีงาม แต่ส าหรับการก าจัดชีวิตที่ชั่วร้ายที่ควบคุมคนที่ท าร้ายมนุษย์ก็เป็นการรักษามนุษย์กับสรรพชีวิตเอาไว้” (จากบทความ เจิ้งเนี่ยนของศิษย์ต้าฝ่านั้นมีพลานุภาพ) ดังนั้นต่อมา พวกชั่วร้ายก็ไม่กล้าให้ “ยูดาส”พูดคุยกับฉันอีกเลย ดังนั้นฉันจึงสลัดทิ้งห่อผ้า(ภาระทางความคิด)ของห้องล้างสมองได้อย่างถึงที่สุด หวังว่าประสบการณ์ความประทับใจในการบ าเพ็ญจริงของฉัน จะสามารถชี้แนะเพื่อนฯที่ยังคงหวาดกลัว “ยูดาส”, ห้องล้างสมอง,หน่วย “610” ได้บ้าง และก้าวออกมาจากความยากล าบาก เดินอยู่บนทางของเทพได้อย่างแท้จริง ปรับสภาพแวดล้อมในคุกให้ถูกต้อง

อยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างในคุกนั้น ตอนเริ่มต้นจะมีใจคนมากมาย กลัวนั่นกลัวนี่ ล้วนต้องปฏิเสธมันไปทั่วทุกที่ ซึ่งท าได้ยากมาก และเคยอดอาหาร เคยทนทุกข์กับชั้นผิวหนังนี้ไม่น้อย แม้กระทั่งอาจถึงกับชีวิตได้ทุกเมื่อ แต่มักจะรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายนัก กระทั่งมีเพื่อนฯบางคนยืนหยัดอยู่ในสภาพที่ทุกข์ยากที่หนึ่งวันยาวนานราวกับหนึ่งปี แต่มีไม่น้อยที่ยืนหยัดได้ไม่นานสักเท่าไร ก็ค่อยๆทนต่อไม่ไหวแล้วลื่นไถลลงมา เพื่อนฯเหล่านั้นซึ่งเดิมทีมีก าลังแบกรับไม่มาก ยิ่งไม่รู้ว่าจะท าอย่างไรดี เมื่อผ่านการศึกษาฝ่ามากๆ ฉันรับรู้ได้ว่า ที่แท้แล้วพวกเราก าลังยืนยันความถูกต้องของตนเอง ใช้ร่างกายไปท าอย่างไม่ค านึงถึงอะไรทั้งสิ้น ไปต้านทาน ไปแบกรับ ทว่าไม่ใช่

การยืนยันความถูกต้องให้ฝ่า ค้นหาจากภายนอก ว่าจะโต้แย้งกับสิ่งชั่วร้ายอย่างไร ต่อสู้อย่างไร เหมือนกับการแย่งชิงเนินสูงในสนามรบ แม้ว่าไม่ปรากฎออกมาชัดเจนถึงอย่างนั้น แต่มีปัญหานี้อยู่จริงๆ หาได้ไปบ าเพ็ญโดยการค้นหาจากภายใน ค้นหาตนเองอย่างแท้จริง ดังนั้นอานุภาพของฝ่าจึงแสดงออกมาไม่ได้ หลังจากศึกษาฝ่า เข้าใจได้แล้ว จึงปรับแก้อย่างไม่หยุดหย่อน ใช้พละก าลังในการละทิ้งจิตยึดติดของตนเอง ดับสลายจิตต่อสู้ ดับสลับจิตหวาดกลัว ดับสลายจิตกลัวตาย ดับสลาย............. จิตอะไรที่เผยออกมาในเวลาต่างๆ ก็มุ่งดับสลายจิตนั้น มุ่งเจาะจงต่อใจคนอย่างแท้จริง ที่จริงเมื่อฉันก าหนดตนเองอย่างเข้มงวดอย่างนี้ได้แล้ว เมื่อบ าเพ็ญจิตอย่างจริงจังในการทิ้งจิตยึดติด จิตยึดติดเหล่านั้นก็ทนไม่ไหวดับสลายไปอย่างนี้ บ้างก็เพียงไม่กี่นาที บ้างก็ไม่กี่ชั่วโมง บ้างก็ไม่กี่วันก็ดับสลายแล้ว

ไม่มีจิตนี้ก็ไม่มีทุกข์ภัยนี้ หลังจากทิ้งใจคนไปได้ สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนแปลงอย่างมาก เช่น เมื่อฉันกลัวถูกช๊อตด้วยกระบองไฟฟ้า ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า พวกเราก าลังท าเรื่องที่เที่ยงธรรมที่สุดของจักรวาล ไม่อาจยอมรับการประทุษร้ายของอิทธิพลเก่าได้อย่างเด็ดขาด หลังจากนั้นเพื่อมุ่งต่อจิตหวาดกลัว จึงคิด – จิตที่กลัวถูกกระบองไฟฟ้าช๊อตจงตายไป จิตที่กลัวถูกกระบองไฟฟ้าช๊อตจงดับสลาย คิดอยู่ตลอดจนทิ้งจิตนี้ไปได้ ใจไม่สะทกสะท้าน จึงหยุด ดังนั้นต่อมาในเวลาที่ฉันปรับแก้สภาพแวดล้อมหลายครั้ง ก็ไม่มีความทุกข์ที่ผิวเนื้อนี้อีกเลย มีอยู่สองครั้งเมื่อการตระเตรียมการทรมานพร้อมแล้ว กระทั่งเตรียมเตียงคนตาย (เตียงที่ใช้ทรมานในท่าคนตาย) พอฉันเพิ่มระดับความแรงที่จะดับสลายจิตนี้ ใจไม่สะทกสะท้านแล้ว ปล่อยวางใจได้แล้ว พวกชั่วร้ายก็ยกเตียงคนตายออกไป ทุกข์ภัยที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็มลายไปแล้ว อันตราย

ทั้งหมดกลายเป็นความปลอดภัย การปล่อยวางความเป็นความตายนั้น ปล่อยวางได้อย่างไรละ ที่จริงก็คือดับสลายจิตที่กลัวตายนั้น มุ่งเจาะจงต่อจิตนี้ให้ดับสลาย เสริมกับการศึกษาฝ่าจนกระจ่างในหลักการ รู้ว่ากายเนื้อเป็นเพียงอาภรณ์ชิ้นหนึ่งเท่านั้น หลังจากทิ้งจิตกลัวตายได้แล้ว จิตที่ยึดติดกับร่างกายก็ปล่อยวางได้โดยอัตโนมัติแน่ละการละทิ้งจิตกลัวตายนั้น หาใช่การต่อสู้กับความตาย พวกเรายังคงต้องเห็นค่าทะนุถนอมร่างกายของเราที่บ าเพ็ญอยู่ในโลก ช่วยเหลือสรรพชีวิต ในตอนนี้เมื่อจะเอา “จ้วนฝ่าหลุน”จากผู้คุม พวกเขาไม่ให้ ฉันจึงเขียนความจริง เขียนแถลงการณ์ให้พวกเขาเพราะก่อนหน้านี้ฉันได้ดับสลายจิตกลัวตายจนหมดสิ้นแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงรีบให้หนังสือ ตลอดขั้นตอนนี้ ตนเอง เพียงแต่ละทิ้งใจ ขยับปากเท่านั้น ยืนยันความถูกต้องของฝ่า ฝอฝ่าไร้ขอบเขต ฉันเพียงละทิ้งจิตยึดติด การบ าเพ็ญอยู่ที่ตน พลังอยู่ที่อาจารย์ ทั้งหมดนั้นอาจารย์เป็นผู้ท า

หลังจากการฝึ กพลังได้อย่างสง่าผ่าเผย ไม่ต้องสวมชุดนักโทษ ไว้ทรงผมได้ตามปกติ ไม่ต้องใช้แรงงาน เป็นต้น ล้วนแต่ปรับคืนความถูกต้องกลับมาได้อย่างนี้ เพียงแต่ ขั้นตอนง่ายๆมากขึ้น ก็คือเมื่อตัวเองเตรียมที่จะปรับแก้ อะไรก็จะเกิดใจคนออกมาโดยอัตโนมัติ จึงต้องดับสลายใจนี้ก่อน ดับสลายให้หมด ดับสลายให้สิ้น จากนั้นจึงค่อยท าลายชั้นนี้ของคน อย่างเช่นตัวเองจะเปลี่ยนเสื้อผ้า เริ่มต้นฝึกพลังตามปกติ ตัวเองก็หาคนมาช่วยตัดผมตามทรงที่ต้องการ หยุดการใช้แรงงานเยี่ยงทาส เป็นต้น พวกชั่วร้ายก็จะยุ่งเกี่ยวด้วยไม่ไหว ก็เลยไม่ถามหรือสนใจ พวกเขากลัวยังจะไม่ทันการณ์เสียอีกนะ จะกล้ายุ่งเกี่ยวได้อย่างไร พวกชั่วร้ายกล้าที่จะประทุษร้าย เพราะท่านมีจิตยึดติด จึงถูกพวกเขาเจาะช่องโหว่ท าการประทุษร้าย เมื่อท่านทิ้งจิตยึดติดได้แล้ว อยู่ในฝ่า สิ่งชั่วร้ายจะมีพลังต่อต้านการเจิ้งฝ่าของทั่วทั้งจักรวาลได้อย่างไรไปหลบซ่อนยังไม่ทันการณ์ด้วยซ้ า ในระหว่างขั้นตอนการปฏิเสธการจัดวางของอิทธิพลเก่า การไปท าด้วยสติสัมปชัญญะนั้นส าคัญอย่างยิ่ง เมื่อเริ่มต้น ขาดสติสัมปชัญญะ ท าไปโดยไม่ได้ค านึงถึงซินซิ่งและก าลังที่จะแบกรับได้ของตนเอง เร่งท ามันม้วนเดียวจบไปเลย สิ่งชั่วร้ายจึงสามารถเจาะช่องโหว่ ประทุษร้ายได้ เมื่อผ่านการศึกษาฝ่า หลังจากใคร่ครวญแน่วแน่อย่างดีแล้ว กลับสู่การมีสติสัมปชัญญะ ก้าวทีละก้าวปรับแก้ขอบเขตของสภาพแวดล้อมและระดับได้กว้างขวางยิ่งขึ้น เช่นการฝึกพลังได้อย่างสง่าผ่าเผยนั้น ในตลอดขั้นตอนนี้ก็ท าไปอย่างมีสติสัมปชัญญะมาก เริ่มต้นได้แต่ท าท่านั่งสมาธิอย่างเปิดเผย นั่นก็เพียงแต่ท าท่า เมื่อใจเริ่มตื่นเต้น ก็เอาขาลงมาเพื่อขจัดจิตหวาดกลัว มุ่งต่อจิตหวาดกลัว คิดให้จิตหวาดกลัวตายไป จิตหวาดกลัวดับสลายไป คิดซ้ าๆไปมา ท าการดับสลายซ้ าไปมา จนสุดท้ายใจก็ไม่สะทกสะท้าน ครั้งต่อมาจึงสามารถท าท่าได้ห้านาที ใจก็แกว่งอีก เช่นนั้นก็ต้องหยุดอีก ดับสลายใจคนอีก เมื่อดับสลายได้ช่วงระยะหนึ่งครั้งต่อมาสามารถท าท่าได้ สิบนาที พอใจแกว่งอีกก็หยุด ท าการดับสลายต่อไป ก็ค่อยๆทิ้งใจไปได้อย่างนี้ ค่อยๆเพิ่มเวลาทีละน้อย จากห้านาที สิบนาที ถึงยี่สิบนาทีจนสามสิบนาที แล้วก็หนึ่งชั่วโมง จากที่ลืมตาฝึกครู่หนึ่ง หลับตาฝึกครู่หนึ่งสลับกัน สุดท้ายก็นั่งสมาธิได้อย่างไม่สะทกสะท้าน จากที่ฝึกแค่นั่งสมาธิจน ฝึกชุดสมาธิ ชุดเคลื่อนไหวได้ทั้งหมด

จากที่วันหนึ่งฝึกได้หนึ่งรอบ เป็นวันละสองรอบ ถึงแม้จะฝึกอยู่ต่อหน้ากล้องวงจรปิดก็เหมือนอยู่ที่บ้านฝึกอย่างไม่หวั่นไหวสะทกสะท้านเป็นต้น ล้วนเป็นการค่อยๆทิ้งใจคนไปทีละเล็กละน้อยอย่างนี้ ค่อยๆเพิ่มขึ้น ค่อยๆ ขยายออกไปหากเพียงซินซิ่งยังไม่บรรลุถึงต าแหน่ง ก็จะยังไม่ท า รอจนใจทิ้งไปได้จนบรรลุถึงต าแหน่งแล้ว ค่อยท าลายชั้นนี้ของคนดังนั้นตลอดขั้นตอนทั้งหมด ถ้ามีสติสัมปชัญญะ มั่นคงมีพลัง ก็จะไม่ยาก เหมือนกับการขึ้นของน้ าในอ่างเก็บน้ าที่สูงขึ้น ยกระดับขึ้นทั่วทั้งหมด(การเคลื่อนไหวของร่างกายภายนอกกับใจข้างในมั่นคง) ทั่วทั้งหมดเลื่อนสูงขึ้นไป เหมือนน้ าที่ไหลไปตามทาง(เมื่อน้ าถึงคลองส่งน้ าก็สร้างเสร็จแล้ว) เป็นไปอย่างเงียบๆ ขั้นตอนนี้ดูไปแล้วคล้ายกับช้ามาก ที่จริงเพียงก้าวหน้าไปไม่หยุด ก็จะเร็วมาก เมื่อฉันเริ่มฝึกพลัง จนสามารถฝึกท่าเคลื่อนไหวได้ทั้งหมดทุกชุดโดยไม่มีอุปสรรคซึ่งใช้เวลาเพียงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก็ปรับแก้ได้หมด อย่างมั่นคงสุขุม แปรเปลี่ยนการต่อต้านอย่างรุนแรงที่ภายนอก เป็นการบ าเพ็ญตนเองที่ภายในทั้งหมด ซึ่งภายนอกจะมองไม่เห็นว่าขัดกันแม้แต่น้อย บรรยากาศเป็นไปอย่างสงบ กลมกลืนได้สนิท พิสูจน์ได้ถึงพลานุภาพของฝ่ายืนยันความถูกต้องของฝ่า ช่วยเหลือสรรพชีวิตในคุกเนื่องจากการยืนยันความถูกต้องของฝ่าด้วยสติสัมปชัญญะและสุขุม ปรับสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกต้อง ท าให้สภาพแวดล้อมถูกต้องยิ่งขึ้นเรื่อยๆ นักโทษกับผู้คุม มีสภาพจิตใจที่ถูกต้องต่อฝ่าหลุนต้าฝ่ามากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาแทบจะไม่ลังเลในการอ่าน “จ้วนฝ่าหลุน” อ่านจิงเหวิน ฟังฉันอธิบายความจริง หนึ่งในนั้น หลังจากอ่าน “จ้วนฝ่าหลุน”จบแล้ว ตอนค่ าท่านอาจารย์ได้สะกิดเตือนเขาด้วยแปดตั วอักษรสีทองอร่ามว่า “ท าดีต่อศิษย์ ตามติดต้าฝ่า”นักโทษบางคนกล้าส่งเสียงดังเรียก

พรรคคอมมิวนิสต์เป็นพรรคมาร กล้าพูดเสียงดังว่า ฝ่าหลุนต้าฝ่าฮ่าว พูดกับผู้ที่ผลัดเปลี่ยนมาเฝ้าดูฉัน ว่า “มารับฝ่าอีกคนแล้ว” มีนักโทษคนหนึ่ง แต่เดิมชิงชังต้าฝ่าอย่างสุดขั้ว แต่เมื่อเห็นทางที่ฉันเดินผ่านมาทั้งหมด จากเดิมที่ยากล าบากจนกลายเป็นทางที่กว้างใหญ่ราบเรียบ จึงรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ของฝอฝ่า แล้วตัดสินใจเรียนต้าฝ่า เจ้าหน้าที่ต ารวจประจ าหน่วย “610”ถึงกับพูดต่อหน้าผู้คนว่า “จ้วนฝ่าหลุน”คือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ต้องศึกษาให้ดีๆบ าเพ็ญให้ดีๆ ปกติให้ความเป็นห่วงระแวดระวังฉัน ซักนั่นถามนี่ เมื่อเห็นพรรคมารคอมมิวนิสต์จีนประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าที่ดีงามอย่างทารุณโหดร้าย ก็ส่งเสียงเรียกร้องเพื่อความเป็นธรรมว่า “พรรคคอมมิวนิสต์ไม่ช้าก็เร็วต้องดับสลาย”เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่ดีของสภาพแวดล้อม เพื่อนฯทั้งหมดที่ถูกขังในคุกล้วนยกระดับขึ้น ผู้ฝึกที่ถูกเปลี่ยนแปลง”ก็ทยอยกลับเข้ามาในต้าฝ่า หนังสือ “จ้วนฝ่าหลุน”ที่คัดลอกด้วยลายมือเล่มหนึ่ง ก็สามารถฝึกพลังได้ตามปกติ จิงเหวินใหม่ของท่านอาจารย์ ทั้งฉบับถูกส่งเข้ามา ส่วนพวก “ยูดาส”ที่เหลือก็ไม่กล้าที่จะต้านกระแสสูง610”ก็ไม่สนใจพวกเขาแล้ว อีกทั้งยังไม่กล้าให้พวกเขาติดต่อกับผู้บ าเพ็ญจริง ห้องล้างสมองเป็นอัมพาตไปแล้วโดยพื้นฐาน เพื่อนฯต่างยกระดับเลื่อนชั้นขึ้น นอกจากการฟาเจิ้งเนี่ยนพร้อมกันวันละสี่เวลา ทุกคนยังนัดเวลาแปดนาฬิกาเช้าค่ าสองเวลาในแต่ละวันฟาเจิ้งเนี่ยน โดยมุ่งต่อสิ่งชั่วร้ายในคุก คนที่มีวาสนาหลายคนได้รับการช่วยเหลือ สุดท้ายเมื่อฉันออกจากคุก หั วหน้าคุกคนหนึ่งได้พูดคุยครั้งหนึ่งกับฉันเป็นเวลานาน ก าชับว่าจะต้องไม่ เปลี่ยนแปลง” จะต้องบ าเพ็ญให้ส าเร็จ กลับไปแล้วให้ บ าเพ็ญดีๆนะ ยืนยันความยิ่งใหญ่ของฝอฝ่า ความเมตตานั้น สามารถท าได้ทุกสิ่ง เป็นดังค าท่านอาจารย์ที่ว่า “แสงพระพุทธสาดส่อง สรรพสิ่งสมบูรณ์แจ่มชัด”จริงๆ (“จ้ วนฝ่าหลุน”) ได้ช่วยเหลือสรรพชีวิตในระหว่างการยื นยันความถูกต้องให้ฝ่า ต่อไปฉันจะยิ่งเพิ่มการบ าเพ็ญที่ ภายใน ค้นหาที่ภายใน ฝึกฝนใจตนเองให้มาก ศึกษาและบ าเพ็ญอยู่เสมอ เดินให้ดีบน ทางช่วงสุดท้าย เป็นประสบการณ์ ความประทับใจส่วนตั ว หากมีที่ ใดบกพร่อง ขอให้เพื่อนฯวิ จารณ์ชี้แนะด้วย ศิษย์ต้าฝ่าแผ่นดิ นใหญ่

แก้ไขวันที่ 15/08/2010

กลับไป HOMEบทความแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข่าวต่างๆ บทความแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นของผู้ฝึก

© Copyright 2010 Falun Dafa Association