Falunthai.org
การบรรยายธรรมปีค.ศ.2008
ในที่ประชุมนครนิวยอร์ก
หลี่
หง จื้อ
วันที่
24 พฤษภาคม ค.ศ.2008
แมนฮัตตัน
(ฉบับร่าง)
(
ที่ประชุมลุกขึ้นปรบมืออย่างกึกก้อง
พร้อมกัน )
สวัสดีทุกท่าน
(
เหล่าศิษย์กล่าวตอบ
“สวัสดีท่านอาจารย์
“ พร้อมปรบมือกึกก้อง
)ทุกท่านต่างลำบากกันแล้ว
(ปรบมือ)
ทุกท่านลำบากกันแล้วจริงๆ
พวกท่านมาจากสถานที่ต่างๆ มาจากประเทศต่างๆ
ชนชาติต่างๆ
ในโลกนี้ในแต่ละมุม
เกือบจะมีศิษย์ต้าฝ่าด้วยกันทั้งสิ้น
พวกท่านล้วนแต่แบกรับภาระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศิษย์ต้าฝ่าเอาไว้
พวกท่านเป็นความหวังของสรรพชีวิตที่จะได้รับการช่วยเหลือ
เนื่องมาจากการอธิบายความจริงของพวกท่าน เนื่องมาจากสิ่งต่างๆที่พวกท่านทำ สิ่งต่างๆที่ดำเนินการ
ทำให้คนจำนวนมากได้รับการช่วยเหลือแล้ว
ด้วยเหตุนี้
ข้าพเจ้าจึงขอบใจทุกท่านแทนสรรพชีวิตเหล่านี้
(เหล่าศิษย์ปรบมือ)
การจัดวางนานนับร้อยๆล้านปี
ขณะนี้ก็คือช่วงเวลาสุดท้าย
ประวัติศาสตร์ผ่านมาจนถึงวันนี้
ไม่ง่ายเลย
ผ่านเรื่องราวต่างๆมาอย่างโชกโชน
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
เหล่าเทพต่างกำลังเฝ้ามองเรื่องนี้กันอยู่
ต่างกำลังสนใจเรื่องนี้กัน โดยเฉพาะเมื่อมาถึงก้าวสุดท้ายนี้ บรรดาสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าทำ
และ คิด
พวกเขาก็ล้วนแต่กำลังจับตาดูอยู่
เมื่อตอนเริ่มต้น
ที่หลักธรรมนี้ถ่ายทอดอยู่บนโลก
จะสามารถบังเกิดผลอะไรบ้าง
จะสามารถบรรลุปณิธานอันยิ่งใหญ่ก่อนประวัติศาสตร์นี้ได้หรือไม่ ในช่วงสุดท้ายศิษย์ต้าฝ่าจะสามารถบรรลุความสำเร็จในภารกิจของตนได้หรือไม่
จะสามารถทำได้ดีหรือไม่
ในเวลานั้น
ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ไม่อาจทราบได้ ยังมีปัญหาว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ
ตรีภูมิจะเหลือรอดต่อไปหรือไม่
แม้ศิษย์ต้าฝ่าจะมีภารกิจการยืนยันความจริงให้ฝ่า
แต่ในนั้นก็ยังมีปัญหาที่จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จอยู่ด้วย ที่น่ายินดีคือ
พวกท่านได้ก้าวผ่านมาแล้ว
ระหว่างทางไม่ว่าทุกท่านได้ประสบกับเรื่องอะไรต่างๆมาอย่างโชกโชน
อันที่จริงเมื่อหันกลับมาคิดดู
ก็เป็นเพียงการฝึกฝนอย่างหนึ่งต่อศิษย์ต้าฝ่าเท่านั้นเอง ในระหว่างขั้นตอนนี้ทำให้พวกท่านสุกงอมขึ้นมา
ละทิ้งจิตมนุษย์
สุดท้ายก้าวสู่การหยวนหมั่น
นี่ก็คือเส้นทางที่พวกท่านก้าวผ่านมา
หันกลับมาดูก็เป็นเช่นนี้
โดยเฉพาะคือหลังจากหลายปีมานี้ในท่ามกลางการประทุษร้าย
ในระหว่างที่พวกท่านทำเรื่องการยืนยันความจริงเหล่านี้
ไม่ว่าประสบกับเรื่องรูปธรรมอะไร
ข้าพเจ้าก็เคยบอกกับพวกท่านว่า
นั่นล้วนเป็นเรื่องดี เพราะท่านได้บำเพ็ญแล้วจึงได้เกิดขึ้น
ไม่ว่าท่านเข้าใจว่ามันช่างทุกข์ทรมานเหลือเกิน
เจ็บปวดเหลือเกิน
ก็ล้วนเป็นเรื่องที่ดี
เพราะว่าท่านได้บำเพ็ญแล้วจึงได้เกิดขึ้น ในทุกข์ภัยสามารถสลายกรรม
ในทุกข์ภัยทรมานสามารถทิ้งจิตมนุษย์ ในทุกข์ภัยสามารถทำให้ท่านยกระดับขึ้นได้
ไม่ว่าท่านมีเจตนาเพื่อช่วยเหลือสรรพชีวิต
มีเจตนาเพื่อยืนยันความจริง
หรือว่าเพื่อยกระดับการบำเพ็ญของท่านเอง
ทุกข์ภัยก็ไม่ต่างกัน
ไม่ใช่ว่าท่านรู้สึกว่าฉัน
ได้ทำอะไรเพื่อต้าฝ่า ฉันได้ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือสรรพชีวิต
ทุกข์ภัยนี้ก็ควรรอดพ้นไปได้
ทุกท่านทราบว่า
อาจารย์สามารถคิดเช่นนี้
แต่อิทธิพลเก่าของจักรวาลและชีวิตของจักรวาลเก่านั้น
พวกมันไม่คิดเช่นนี้
นี่ก็คือความยากลำบากของพวกท่าน
ก็เพราะเป็นเช่นนี้
จึงเกิดทุกข์ภัยเหล่านั้นขึ้น นี่ก็คือเรื่องที่ยากลำบากที่สุดที่ศิษย์ต้าฝ่าประสบ
คนจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตาม การคิด
การมอง
ที่แตกต่างกันต่อเรื่องนี้ของสรรพชีวิต
ล้วนก่อให้เกิดความยากลำบากต่อพวกท่านในการยืนยันความจริงและช่วยเหลือสรรพชีวิต
แต่ไม่ว่าพวกเขาจะแสดงออกอย่างไร
พวกเราก็ต้องไปช่วยเหลือ
เนื่องจากการที่พวกเขาไม่เข้าใจ
ก็เพราะพวกเขาอยู่ในวังวน
พวกเขาก่อให้เกิดความยากลำบากต่างๆต่อบรรดาศิษย์ต้าฝ่า
เพราะพวกเขามองไม่เห็นความจริง
นับแสนปี
นับร้อยล้านปี
นั้นไม่ว่าจะเพื่ออะไร
เขาก็ได้มาที่นี่แล้ว
ที่จริงล้วนแต่กำลังรอคอยวันสุดท้ายนี้
ไม่อาจเป็นเพราะชาติภพใดชาติภพหนึ่งหรือว่าด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่งของเขาที่ทำไว้ไม่ดี
พวกเราก็ไม่ช่วยเหลือเขาแล้ว
อาจารย์มองชีวิตหนึ่งๆ
นั้นคือการมองขั้นตอนทั้งหมดของชีวิตนั้นๆ
ในประวัติศาสตร์เขาเคยทำเรื่องที่ดีมากไว้มากมาย
หรือกระทั่งได้สร้างคุณูปการในการวางรากฐานให้กับการยืนยันความจริงไว้มากมาย
แต่ในชาตินี้ทำไม่ดีก็จะไม่ช่วยเขาแล้วหรือ ใช่ละ
มีหลายคนทำไม่ดีอย่างมาก
เขาสูญเสียวาสนาไปแล้ว
เสียโอกาสไปแล้ว
นั่นก็ไม่อาจช่วยเหลือได้
แต่กล่าวสำหรับศิษย์ต้าฝ่า
ก็บำเพ็ญอยู่ในวังวน
อยู่ในวังวนช่วยเหลือคน
ไม่มีทางแยกแยะเรื่องเหล่านี้ได้
ดังนั้นพวกท่านจึงประสบกับทุกข์ภัย
ดังนั้นพวกท่านจึงพบกับคนที่ไม่ยอมเข้าใจ
ที่จริงมีคนไม่น้อยไม่อาจช่วยเหลือได้
ไม่คู่ควรจะช่วยเหลือ
พวกท่านก็จะพบได้
แต่อย่าได้เป็นเพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้กระทบต่อการอธิบายความจริง
กระทบต่อรูปแบบการอธิบายความจริงหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่ถูกต้องของการทำงานของพวกท่าน
อาจารย์อยู่ในโลกนี้หนา
ทุกข์ภัยที่ประสบ
กับแรงกดดันนี้
แต่ละวันไม่ใช่แค่เป็นหมื่นเรื่อง
แต่ใครก็ทำให้ข้าพเจ้าหวั่นไหวไม่ได้เลย
สั่นคลอนไม่ได้เลย
เรื่องที่ข้าพเจ้าต้องการทำก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้
ไม่ว่าจะประสบกับรูปแบบทุกข์ภัยชนิดใด
ก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้เลย
การยืนยันความจริงของพวกท่านก็เช่นกัน แต่ว่า
กล่าวสำหรับพวกท่าน
ผู้ที่ยืนยันความจริงกับการช่วยเหลือคนไปพร้อมกันนั้นก็ยังเป็นผู้บำเพ็ญ
ผู้บำเพ็ญนั้นมีจิตมนุษย์อยู่
หาไม่แล้วก็คือเทพองค์หนึ่ง
เทพนั้นจะบำเพ็ญได้อย่างไรกัน
เทพบำเพ็ญไม่ได้
มีแต่ได้ร่างมนุษย์จึงสามารถบำเพ็ญได้
นั่นจึงจะเรียกว่าบำเพ็ญ
ก็เพราะมีร่างกายของมนุษย์นี้
จึงมีโอกาสบำเพ็ญ
มีโอกาสยกระดับ
นี่เป็นสิ่งที่ได้มายากเหลือเกิน โดยเฉพาะศิษย์ต้าฝ่ายังมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้นอีกด้วย
ดังนั้น
ในการบำเพ็ญ
ไม่ว่าจะเกิดทุกข์ภัยอย่างไร
พบกับความยากลำบากอย่างไร
ล้วนแต่ไม่อาจเปลี่ยนได้
โดยเฉพาะในระหว่างการประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าหลายปีมานี้
สิ่งที่เห็นคือการที่พรรคมารกำลังประทุษร้ายชาวจีน
ประทุษร้ายผู้บำเพ็ญ
ที่จริงคือ
ไม่ว่าเรื่องใดๆในโลกหากไม่มีองค์ประกอบของจักรวาลที่อยู่เบื้องหลังไม่มีองค์ประกอบของจุลภาค
มันก็เกิดขึ้นไม่ได้
ไม่อาจคงอยู่ได้
แต่มันมีปัจจัยกับอนุภาคต่างๆ
ยังมีผีเน่าเปื่อยในระดับต่ำจำนวนมากเอย
สิ่งสกปรกเลอะเทอะมากมายผสมปนเปเข้าด้วยกัน อิทธิพลเก่าก็อาศัยสิ่งเหล่านี้รบกวนศิษย์ต้าฝ่าอยู่
เมื่อเร็วๆนี้
ที่เขตฟลัชชิ่งในนิวยอร์กเกิดเรื่องที่สมุนพรรคมารโจมตีศิษย์ต้าฝ่าที่ศูนย์ทุ่ยตั่ง(ลาออกจากพรรค)ในพื้นที่อื่นก็เกิดขึ้นเช่นกัน
แต่ไม่หนักหนาอย่างนี้
ทุกท่านคงจะเห็นแล้ว
โดยผิวเผินคือคนชั่วคิดจะโจมตีท่านทำให้ท่านแตกกระจายไป
ไม่ให้ท่านทำกิจกรรมทุ่ยตั่งอีก
มันนั้นหวาดกลัว
นั่นก็คือผงที่ทิ่มตา
เสี้ยนที่ตำเนื้อมัน
ในสังคมมี”ศูนย์ทุ่ยตั่ง” “ศูนย์บริการลาออกจากพรรคมารคอมมิวนิสต์จีน” อย่างกับเสี้ยนที่กำลังตำอยู่ข้างหลัง
สุดจะทน
ที่จริงแล้ว นี่คือสถานที่หนึ่งที่มีพลังดับสลายสิ่งชั่วร้าย ดังนั้นมันจึงหวาดกลัว
ที่จริงเมื่อมองในแง่ดีทุกท่านดูซิ
“ศูนย์ทุ่ยตั่ง”คืออะไรละ
นั่นไม่ใช่สถานที่ให้การช่วยเหลือสรรพชีวิตหรอกหรือ สิ่งชั่วร้ายนั้นไม่มีอะไรที่น่ากลัว
ที่ข้าพเจ้าต้องการพูดคือ
หลังจากเกิดการโจมตี
และรบกวนครั้งนี้แล้ว
มักจะมีผู้ที่บำเพ็ญไม่ก้าวหน้าจำนวนหนึ่ง
หรือผู้ที่มีจิตมนุษย์มาก
ล้วนกำลังใช้จิตมนุษย์ในการมองปัญหา
การแสดงออกสองชนิดคือ
ความดี กับความชั่วนั้น
มิใช่ให้ชาวโลกได้ดูกันหรือ
ไม่ใช่การค้นหา
แยกแยะคนที่สามารถช่วยเหลือได้หรอกหรือ
เมื่อครู่ข้าพเจ้าบอกแล้วว่า
มีบางชีวิตที่ไม่คู่ควรจะช่วยเหลือ
พวกท่านสามารถไปอธิบายความจริงให้แต่ละคน
แต่ไม่ใช่จะช่วยเหลือทุกคนบนถนนทั้งหมด
มีที่ไม่คู่ควรช่วยเหลือแล้ว
ในช่วงเวลาที่สำคัญก็จะดูใจคนว่าเป็นอย่างไร
ดูชาวโลกว่าปฏิบัติต่อเรื่องนี้กันอย่างไร ดูว่าท่านนั้นคิดดีหรืว่าคิดร้าย
เทพล้วนกำลังดูความคิดของแต่ละคน
เพื่อตัดสินว่าชีวิตนั้นจะเหลือเอาไว้หรือไม่ พูดในทางกลับกัน
เรื่องนี้โดยตัวมันเองมิใช่การช่วยเหลือสรรพชีวิตเหล่านั้นที่สามารถช่วยได้หรือ
การบำเพ็ญต้าฝ่า
ในระหว่างการเจิ้งฝ่ากับการยืนยันความจริงของพวกท่าน
จะมีเรื่องบังเอิญที่ไหนกัน
เรื่องนี้โดยตัวมันเองมิใช่กำลังช่วยเหลือสรรพชีวิตอยู่หรือ ส่งผลกระทบในสังคมมากอย่างนั้น แต่ละคนกำลังใคร่ครวญกันอยู่
ที่ผ่านมาข้าพเจ้าเคยพูดว่า
พรรคมารคอมมิวนิสต์จีนมันไม่ทำอะไร
ตัวมันเองยังมีเรื่องลำบากน้อยสักหน่อย โดยเฉพาะพอมันทำเรื่องไม่ดีอะไรต่อศิษย์ต้าฝ่า
ก็จะกลายเป็นเรื่องฉาว
เรื่องเสื่อมเสียของมันทันที
ในขณะเดียวกันสุดท้ายก็กลายเป็นการช่วยให้เรื่องของศิษย์ต้าฝ่าสำเร็จ
ผู้ฝึกที่มีจิตมนุษย์มาก
พวกท่านจำสิ่งที่ข้าพเจ้าพูดไว้
บางทีในขณะนี้พวกท่านอาจเข้าใจได้แล้ว แต่พอมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น พวกท่านก็อย่าได้หลงลืมอีก ใช้จิตมนุษย์มองปัญหาอีกแล้ว
สุดท้ายเรื่องนี้มันก็เหมือนไข่กระทบหินแตกไปแล้ว
ในประเทศจีนก็ประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าถึงอย่างนั้น
แต่ศิษย์ต้าฝ่าล้วนสามารถยืนหยัดก้าวข้ามมาแล้ว
นับประสาอะไรกับในสังคมนานาชาติ
จะหวาดกลัวเจ้าได้อย่างไรกันละปณิธานที่เข้มแข็งของศิษย์ต้าฝ่านั้นไม่อาจสั่นคลอน จะตีคน ด่าคน
แสดงออกมาอย่างไร้ความสามารถ
อยู่ในสังคมนี้ตีคนละเมิดกฎหมาย อย่าได้ถูกสิ่งชั่วร้ายพวกนี้ข่มขวัญ
และอย่าถูกคำโป้ปดเหล่านั้นของคนธรรมดาสามัญที่ถูกพวกมันทำให้สับสนมาทำให้ท่านสับสน พูดอะไรเรื่องคนธรรมดาสามัญมีความเห็นอะไรเอย
คนธรรมดาสามัญมีความเห็นอะไรกันหรือ
ความเห็นของคนธรรมดาสามัญนั้นมีมากมายแล้ว
พวกท่านนั้นกำลังช่วยเหลือพวกเขา
พวกท่านกำลังทำอะไร
ตนเองต้องรู้ดี
ในช่วงแรกของการเจิ้งฝ่าของข้าพเจ้าเหล่าเทพก็ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ข้อหนึ่ง
คือให้พรรคมารนี้
ไม่ว่าจะด้วยเป้าหมายอะไรในการทำเรื่องอะไรก็ตาม
ผลลัพธ์ก็ล้วนแต่เป็นการช่วยข้าพเจ้ากับศิษย์ต้าฝ่าทั้งสิ้น ดังนั้นพรรคมารคอมมิวนิสต์จีนคิดทำเรื่องชั่วอะไร
เพียงมันทำลงไปพลัน
ก็จะเป็นเรื่องเสื่อมเสีย
เรื่องฉาวทันที
เรื่องทั้งหลายที่เกิดขึ้นในเก้าปีมานี้
เมื่อมองดูด้วยใจสงบ
ล้วนแต่พรรคมารคอมมิวนิสต์จีนเองรู้ว่า
อันธพาลการเมืองนี้ในสายตาของชาวโลกนั้นคือ
ตัวประหลาด
มักจะใส่หน้ากากให้ชาวโลกดู เดี๋ยวนี้แม้แต่หน้ากากนี้ก็แตกไปแล้ว
โฉมหน้าที่วาดไว้อย่างงามก็ฉีกขาดลงมาแล้ว
มันก็รู้ว่าใส่ไว้ไม่ได้แล้ว
จึงทำอย่างล่อนจ้อน(ไม่มีการอำพรางอะไรอีก)
ปัจจุบันอันธพาลการเมืองนี้
รัฐบาลของทั้งประเทศ
เรื่อยไปจนถึงสถานฑูตต่างประเทศ
ต่างอยู่เพื่อฝ่าหลุนกง เครื่องมือชิ้นใหญ่นี้อยู่คู่กับพวกท่าน
ช่วยขับพวกท่านให้ดูโดดเด่น
แต่ไหนแต่ไรมา
ไหนเลยจะมีเรื่องที่ยอดเยี่ยมอย่างนี้เป็นเช่นนี้ ไม่ใส่หน้ากากแล้ว
วิธีการอันธพาลที่ทำเรื่องเลวๆ
วิธีการต่ำช้าทั้งหลายล้วนใช้ออกมาหมดแล้ว ดูไปช่างชั่วร้ายเหลือเกิน
ข้าพเจ้าว่านั่นคือแสงอาทิตย์อัสดง
(เสียงปรบมือ)
เฝ้าดูให้ดี ลองดูต่อไป
ละครฉากนี้ก็แสดงกันแบบนี้เอง
ประวัติศาสตร์ช่วงนี้จัดวางไว้ให้ศิษย์ต้าฝ่าช่วยเหลือสรรพชีวิต
แล้วทำไมพวกท่านไม่ร้องเพลงเป็นตัวชูโรงนี้ละ
ทำไมถือเอาอะไรที่คนธรรมดาสามัญที่
ถูกวัฒนธรรมพรรคมารกรอกใส่พูดเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรก
ทำไมเห็นการประทุษร้ายของสิ่งชั่วร้ายสำคัญอย่างนั้นละ
ควรจะใคร่ครวญให้ลึกซึ้งกันบ้างนะ
คำพูดเหล่านี้
หากเป็นช่วงก่อนการประทุษร้ายปี
99
อาจารย์จะไม่พูด
พวกท่านเป็นศิษย์ต้าฝ่าที่ก้าวผ่านมาแล้ว
พวกท่านเป็นศิษย์ต้าฝ่าที่ใกล้จะหยวนหมั่น(เสียงปรบมือ)
ขณะนี้
ตามที่สถานการณ์เจิ้งฝ่ารุดหน้าไปอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมองไปที่มิติชั้นผิวก็จะรู้สึกเหมือนกับว่าแทงทีเดียวก็จะทะลุเลย
ก็เหลือเพียงน้อยนิดแล้ว ชีวิตของสิ่งชั่วร้ายก็กำลังสลายน้อยลงไปเป็นจำนวนมาก
ขณะนี้ขอเพียงศิษย์ต้าฝ่ามีเจิ้งเนี่ยนพอ ชีวิตชั่วร้ายก็ไม่มีแรงจะต้านทานได้แล้ว ในแต่ละครั้งที่ทำเรื่องชั่วพวกมันต้องรวมกันเข้ามามากเหลือเกิน เกือบจะเป็นการทุ่มกำลังออกมาหมด เพราะว่าเป็นการเจิ้งฝ่า
ที่ชำระล้างจักรวาล
ดังนั้นมันจึงถูกดับสลายไป พลังของสิ่งชั่วร้ายจึงถูกสลายน้อยลงไปในลักษณะนี้
เมื่อดับสลายหมดแล้วมันก็จะหยุดไปพักหนึ่ง
แต่ละครั้งก็ล้วนเป็นเช่นนี้
ดังนั้นเมื่อดูจากสถานการณ์เช่นนี้ศิษย์ต้าฝ่าก็ควรสงบเยือกเย็นยิ่งขึ้น
ในการบำเพ็ญก็ได้ก้าวข้ามมาจากช่วงที่ลำบากที่สุดแล้ว เดินให้ดีบนทางช่วงสุดท้าย
ต้องเห็นคุณค่าของทางที่ตนเองเดินผ่านมานะ ไม่ง่ายเลย
พวกท่านที่ก้าวข้ามมา
เรื่องนี้ในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีการก้าวผ่านท่ามกลางทุกข์ภัยอย่างนี้มาก่อน
พวกท่านจะต้องเห็นค่า
ความรุ่งโรจน์ในอนาคต
คือธรรมานุภาพที่พวกท่านสร้างขึ้นมาในระหว่างการยืนยันความจริง สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่รอคอยพวกท่านอยู่นั้นย่อมจะดีที่สุด (เสียงปรบมือ)
อย่าได้เป็นเพราะในบางพื้นที่มีผู้ฝึกน้อย
หรือบางพื้นที่ในหมู่ผู้ฝึกมีการโต้เถียงกันอยู่โดยตลอด
ก็ทำให้การยืนยันความจริง
ช่วยเหลือสรรพชีวิต
ของพวกท่าน
กระทั่งปัญหาการบำเพ็ญส่วนบุคคลของพวกท่าน
จึงเปลี่ยนกลายเป็นความท้อแท้อย่างมากกันไปหมด
ท่านกำลังทำลายตัวเอง
ท่านต้องทราบว่า
ข้าพเจ้าพูดมาตลอดว่า
การมองปัญหาของศิษย์ต้าฝ่านั้น
ต้องมองในทางกลับกัน เพราะตรีภูมินั้นเป็นสิ่งที่กลับกัน แต่พวกท่านต้องเดินให้เที่ยงตรง สิ่งที่คนธรรมดาสามัญคิดว่าไม่ดี ในฐานะผู้บำเพ็ญ
–ชีวิตที่คิดแต่จะจากที่นี่ไปนั้นเป็นสิ่งที่ดี
ทว่าท่านต้องเข้าใจว่านี่คือการคิดเหมือนคนธรรมดาสามัญ
งั้นท่านก็เป็นคนธรรมดาสามัญตลอดไป ท่านก็จะจากที่นี่ไปไม่ได้ตลอดกาล ดังนั้นเมื่อท่านพบกับทุกข์ภัยนั่นก็คือโอกาสที่ท่านจะยกระดับขึ้น หากท่านสามารถค้นหาจากภายใน
นั่นคือโอกาสที่ท่านจะก้าวข้ามด่านที่ยากลำบาก
เข้าสู่สภาพการณ์ใหม่อันหนึ่ง
เหตุใดไม่พิจารณากันอย่างนี้ละ
พอพบกับทุกข์ภัยก็ผลักออกไปข้างนอก
ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า
ไหนเลยจะเกรงว่าพวกท่านเกิดการโต้เถียงปัญหาการยืนยันความจริง
ช่วยเหลือสรรพชีวิตหรือได้ยินคำพูดที่ไม่น่าฟังนั้น
ล้วนแต่เพื่อให้ท่านยกระดับ
เพราะการยกระดับของท่านเป็นเรื่องอันดับแรก หากไม่มีการยกระดับของท่านอะไรก็พูดไม่ขึ้น
และพูดไม่ขึ้นเรื่องการช่วยเหลือสรรพชีวิต
หากไม่มีการยกระดับของท่าน
ไม่มีการหยวนหมั่นของท่าน
สรรพชีวิตที่ท่านช่วยเหลือไว้จะไปที่ไหนได้ละ
ใครจะต้องการละ
เหตุใดไม่มองปัญหากันอย่างนี้นะ แน่ละ
อยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญนั้นยากที่จะทำให้สมบูรณ์ครบถ้วน(งดงามหมดจรด)ได้
แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นได้ทุกเวลานาทีจริงๆ
หรืออย่างน้อยที่สุดในปัญหาที่สำคัญๆ
ในปัญหาการช่วยเหลือสรรพชีวิต
ในปัญหาการบำเพ็ญ
ก็ควรมองกันอย่างนี้นะ บรรดาพวกท่านที่ตามไม่ทัน พวกที่ท้อแท้ใจ
พวกที่เต็มไปด้วยความไม่พออกพอใจ
พวกที่มีอคติมากต่อผู้อื่น
พวกที่จ้องมองแต่ฝอเสวียฮุ่ย
พวกท่านนั้นล้วนแต่ไม่อยากแก้ไขตนเอง
ล้วนแต่กำลังแก้ที่ภายนอก
“ฝอเสวียหุ่ย”บำเพ็ญดีแล้ว
คนอื่นๆเขาบำเพ็ญดีแล้ว
หรือว่าคนธรรมดาสามัญล้วนเปลี่ยนดีแล้ว จะมีประโยชน์อะไรกับท่านละ
ตัวท่านเองจะได้อะไรละ
อ้อ
ท่านอุทิศตนให้กับสังคมสักหน่อย
ทำเรื่องดีสักหน่อย
ก็เท่านี้เอง
นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญทำกัน
นั่นเป็นเพียงคนดีในหมู่คนธรรมดาสามัญเท่านั้นเอง ไม่อาจหยวนหมั่น
ดังนั้นการบำเพ็ญ
ต้องแก้ไขจิตใจนั้นของตน ต้องละจิตมนุษย์
ต้องมองปัญหาด้วยเจิ้งเนี่ยน
ในเวลาที่สร้างตรีภูมินั้นก็สร้างกลับกัน
ที่นี่ไม่มีหลักการที่เที่ยงธรรม
หากมีหลักการที่เที่ยงธรรม
ศากยมุนีก็ไม่ต้องมาแล้ว
เยซูก็ไม่ต้องมาแล้ว
ก็ไม่มีเรื่องการถ่ายทอดฝ่านี้แล้ว ยิ่งไม่มีการปรับฝ่าที่นี่แล้ว มันเป็นหลักการที่กลับกัน
พฤติกรรม
รูปแบบล้วนกลับกัน
สิ่งที่ชาวโลกคิดว่าหอม
ที่ฝั่งนั้นคือเหม็น เรื่องที่คนคิดว่าดี
ที่ฝั่งนั้นอาจจะไม่ดีทั้งหมด
ที่คนเข้าใจกันว่าคือชัยชนะ เทพเห็นว่าเป็นสิ่งที่แย่งชิงมาด้วยอารมณ์ฮึกเหิม หรือแรงกระตุ้นของตัณหา ในสายตาของเทพนั้นอำนาจการเมืองที่ได้มาด้วยการทำสงครามแย่งชิง นั่นคือโจร ที่ผ่านมาคนก็อยู่กันอย่างนี้ ทหารกรีฑาทัพ จักรพรรดิปกครองประเทศ ก็ผ่านกันมาบนเส้นทางนี้ ไม่มีหลักการที่ถูกต้อง สิ่งที่มีอยู่ทั้งหมดล้วนกลับกัน ก็เพราะมันกลับกัน จึงสามารถทำให้คนบำเพ็ญได้ ทำให้ท่านŧ