การบรรยายธรรมที่เมืองหลวงสหรัฐอเมริกา
“20
กรกฎาคม”
วันนี้กล่าวสำหรับพวกเราแล้วนับเป็นวันที่มีความหมายอย่างยิ่ง เป็นไปได้อย่างมากว่า
ในประวัติศาสตร์ของอนาคตมันจะกลายเป็นวันที่สำคัญมาก
นับจากศิษย์ต้าฝ่าถูกประทุษร้ายเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ชั่วพริบตาเดียวก็ผ่านมาถึง
8 ปีแล้ว
ในระหว่างขั้นตอนนี้
ศิษย์ต้าฝ่าได้ก้าวผ่านเส้นทางที่ยากลำบากนานา
ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย
เริ่มตั้งแต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
ไม่รู้ว่าจะเผชิญกับการประทุษร้ายครั้งนี้อย่างไร
ต่อเมื่อทุกท่านค่อยๆเข้าใจแล้วว่าควรจะไปทำอย่างไร ไม่เพียงรู้แล้วว่าควรจะไปทำอย่างไร
แต่ความรุนแรงของการประทุษร้ายยังทำให้ทุกท่านมีสติปัญญาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
มีสติยิ่งๆขึ้น
ต่อการประทุษร้ายครั้งนี้
ชีวิตที่แตกต่างกันในระดับชั้นที่แตกต่างกัน
พวกเขามีการรับรู้ที่ไม่เหมือนกัน
บ้างเข้าใจว่านี่คือเส้นทางหนึ่งของการทดสอบที่จำเป็นจะต้องผ่านไป
บ้างเข้าใจว่า(การประทุษร้ายครั้งนี้)เกิดขึ้นเพราะไปแตะต้องถูกองค์ประกอบเก่าทั้งหมดของจักรวาลเข้าแล้ว
บ้างก็เข้าใจว่าเป็นการปูทางให้กับศิษย์ต้าฝ่า
ชีวิตในระดับชั้นต่ำเข้าใจว่า
เมื่อสิ่งที่ถูกต้องปรากฏออกมาแล้ว
สิ่งที่ชั่วร้ายย่อมจะต้องมาทำลายล้าง
ไม่ว่าชีวิตในระดับชั้นต่างๆกันจะรับรู้กันอย่างไร
ข้าพเจ้าก็จะทำในเรื่องของข้าพเจ้าให้ดี
ศิษย์ต้าฝ่าจะต้องเดินบนทางของตนเอง
เมื่อเผชิญกับการทดสอบต่างๆ
การรบกวนของทุกข์ภัยต่างๆดังกล่าว
ทุกท่านก็เปลี่ยนแปลงสุกงอมยิ่งๆขึ้นแล้ว
ในชั่วระยะใกล้ๆ
นี้
ข้าพเจ้าไม่ต้องห่วงพะวงเรื่องอะไรมากมายแล้ว
เพราะทุกท่านสุกงอมกันแล้ว
รู้ได้ว่าจะไปทำกันอย่างไร
ในแต่ละโครงการของการช่วยเหลือสรรพชีวิต
ทุกท่านต่างแบกรับงานกันหลายโครงการ
ทำอย่างมีสติและเป็นฝ่ายดำเนินการเอง
อีกทั้งยังทำได้ดีมาก
ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่ห่วงกังวลอะไรอย่างนั้นแล้วเหมือนกับในปีนั้นเมื่อการประทุษร้ายเริ่มต้นขึ้น
ที่ต้องคอยปรับแก้เส้นทางนี้ของการบำเพ็ญและช่วยเหลือสรรพชีวิตของศิษย์ต้าฝ่าในระหว่างการประทุษร้ายให้เดินไปด้วยดี
เดินไปอย่างถูกต้อง
ในท่ามกลางการประทุษร้ายสามารถอธิบายความจริงได้กระจ่างยิ่งขึ้น
ดังนั้นในช่วงเวลานั้นทุกท่านจึงมักเห็นว่าข้าพเจ้าจะมีบทความสั้นๆที่ต่างกันตีพิมพ์ออกมา
จุดประสงค์คือการปรับแก้เส้นทางที่พวกท่านเดินอยู่ให้ถูกต้องเป็นระยะๆ
ในระยะใกล้ๆนี้ก็ค่อนข้างน้อย
เพราะพวกท่านนั้นสุกงอมแล้วจริงๆ
ทุกท่านรู้แล้วว่าจะไปทำกันอย่างไร
และก็ไม่ต้องห่วงพะวงอย่างนั้นอีกแล้ว
ในขณะนี้ทุกท่านก็คือจะทำอย่างไรให้ดียิ่งขึ้น
มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น
มีผลสะท้อนมากยิ่งขึ้น
ช่วยเหลือคนให้มากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากสิ่งที่พวกท่านแต่ละคนต้องประสบ
ต้องบุกเบิก
ขณะเดินอยู่บนเส้นทางสู่การหยวนหมั่นในช่วงสุดท้ายแล้ว
เรื่องที่สำคัญที่สุด
ใหญ่ที่สุดในขณะนี้ของพวกท่านก็คือการช่วยเหลือคน
หากไม่มีเรื่องนี้แล้ว
ข้าพเจ้าขอบอกกับทุกท่านว่า
การบำเพ็ญของพวกท่านก็สิ้นสุดตั้งนานแล้ว
กล่าวสำหรับศิษย์ต้าฝ่า
ในระหว่างการบำเพ็ญพวกท่านได้ทำในสิ่งที่พวกท่านสมควรทำ
แต่ในระหว่างการเจิ้งฝ่าได้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง อาทิเช่น
คนในสังคมมนุษย์
ไม่ใช่ชีวิตนั้นในอดีตที่เทพสร้างขึ้นมาอีกแล้ว
ชีวิตของคนได้ถูกทดแทนโดยเทพแล้ว
ดูจากรูปโฉมภายนอกยังเป็นคน
โดยแก่นแท้เป็นชีวิตที่มาจากระดับชั้นต่างๆ
ของมิติต่างๆแล้ว
ดังนั้นคนในสังคมมนุษย์ปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเป็นด้านสติปัญญา ความสามารถ
ล้วนแต่สูงกว่ามนุษย์ในยุคใดๆในประวัติศาสตร์
การเปลี่ยนแปลงชนิดนี้ที่ประสบ
เป็นสิ่งที่ในอดีตไม่เคยมี
เมื่อก่อนในการจัดวางนั้น
นอกเหนือจากการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าแล้ว
จากนั้นก็จะมีคนส่วนหนึ่งเหลือรอดอยู่เป็นคนของอนาคต
ในระหว่างขั้นตอนนี้จะปรากฏการกวาดล้างใหญ่
เรื่องราวเหล่านั้นที่นักพยากรณ์ได้ทำนายกันไว้
ล้วนเกิดขึ้นแล้วในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา
คงมีแต่ประวัติศาสตร์ช่วงนี้ที่ข้าพเจ้าเริ่มการเจิ้งฝ่าที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
ในนั้นก็มีสาเหตุทางด้านนี้
เรื่องเหล่านี้ล้วนเปลี่ยนไปแล้ว
เช่นนั้นแล้วทุกท่านจะปฏิบัติอย่างไรต่อชีวิตเหล่านี้
พูดจากอาจารย์ที่ตรงนี้
ข้าพเจ้ารู้ว่าคนเหล่านี้ควรได้รับการช่วยเหลือ
ชีวิตเหล่านี้ควรค่าแก่การช่วยเหลือ
จักรวาลนั้น
นอกเหนือจากตรีภูมิแล้ว
ร่างนภาที่กว้างใหญ่ล้วนแต่เป็นเทพ แน่ละ
เมื่อมองลงมาจากร่างนภาที่สูงยิ่งชึ้นไปอีก
เทพในระดับชั้นต่างๆที่อยู่ต่ำลงมา
ในสายตาของพวกเขา
ที่แท้แล้วก็เหมือนกับที่เทพมองคน
จักรวาลเก่าในอดีตนั้น
การเกิดขึ้น
ตั้งอยู่
เสื่อมไป
ดับสูญ
เป็นสิ่งที่แน่นอนเด็ดขาด
ฉะนั้นกฎเกณฑ์ของจักรวาลไม่ใช่เป็นอย่างที่มนุษย์คิดกันเช่นนั้น
คือไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก
กฎเกณฑ์ชนิดนี้อยู่เหนือความเมตตาที่กล่าวถึงกันในขณะที่เทพทำการช่วยเหลือคน
นั่นก็คือกฎเกณฑ์
พวกที่ลงมาสู่ตรีภูมิ
แม้ว่าจะมีเทพของระดับชั้นต่างๆ
กัน
พวกเขาล้วนแต่มีความศรัทธาอย่างมั่นคงต่อต้าฝ่า
และการเจิ้งฝ่า
จึงมาถึงโลกมนุษย์
พวกเขาต่างต้องการมารับฝ่าที่นี่
ในขณะเดียวกันก็ช่วยต้าฝ่าอีกแรงหนึ่งในช่วงเวลาของการเผยแพร่ฝ่า
ดังนั้นกล่าวสำหรับชีวิตเหล่านี้
ไม่ว่าระดับชั้นจะเป็นอย่างไร
ความคิดที่ถูกต้องอันมั่นคงของพวกเขานั้นเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่ง
เพราะเมื่ออยู่ในเชตแดนของเทพมองดูคน
สังคมมนุษย์นั้นก็ช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน
โดยเฉพาะคือพวกเขายังสามารถมองเห็นว่ามนุษย์ในช่วงที่ไม่ดีที่สุดนั้นเป็นอย่างไร
แต่พวกเขาก็ยังกล้าที่จะมากันอย่างนี้
นั่นก็คือมีความศรัทธามั่นคงต่อต้าฝ่า
พวกเขาคิดว่าการเจิ้งฝ่าจะต้องสำเร็จ
ฝ่าต้องสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้
ต้าฝ่าจะต้องประสบความสำเร็จ
(เสียงปรบมือดังสนั่น)
การเจิ้งฝ่าจะต้องสำเร็จ
ดังนั้นพวกเขาจึงมาสู่โลกมนุษย์ด้วยจิตใจที่กล้าหาญอย่างเทพ
ที่ข้าพเจ้าพูดตรงนี้ไม่ใช่ศิษย์ต้าฝ่า
ไม่ใช่ผู้ฝึกที่ได้ฝ่าก่อนหรือหลังในช่วงเวลาที่ต่างกัน
ที่ข้าพเจ้าพูดคือสภาพโดยรวมของมนุษย์ในปัจจุบันนี้
ชีวิตและเรื่องราวมากมายในสังคมมนุษย์ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงหมดแล้ว
สำหรับชีวิตอย่างนี้
พวกเราต้องไปทำ
ต้องไปช่วยเหลือ
ในยุคเจิ้งฝ่า
ในช่วงเวลาที่สำคัญของประวัติศาสตร์ครั้งนี้
ชีวิตชนิดไหนที่มีค่าละ
สามารถมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมต่อต้าฝ่า
และยังทำเช่นนี้ได้ในทางปฏิบัติ
ชีวิตชนิดนี้จึงมีคุณค่า ฉะนั้น
ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเมื่อพูดจากที่ตรงนี้ของข้าพเจ้าเอง
หรือจากความรับผิดชอบของศิษย์ต้าฝ่าก็ดี
พวกเราล้วนมีความรับผิดชอบอันนี้
สมควรไปทำเรื่องนี้
ดังนั้นศิษย์ต้าฝ่าจึงต้องช่วยเหลือชาวโลกช่วยเหลือสรรพชีวิต
พวกท่านอยู่ในสังคมมนุษย์ได้เปิดโครงการมากมายช่วยเหลือคน
ทำเรื่องที่คล้ายกับกิจกรรมชองสังคมคนธรรมดาสามัญ
ดูไปคล้ายกับเรื่องของคนธรรมดาสามัญ
แต่ว่าจุดประสงค์และเป้าหมายแตกต่างกัน
หนังสือพิมพ์ก็ดี
เว็บไซด์ก็ดี
ก็ได้อาศัยวิธีการที่แตกต่างกันมากมายของสังคมคนธรรมดาสามัญแสดงทั้งหมดนี้ออกมา
ที่จริงก็ล้วนแต่เป็นการช่วยเหลือชาวโลก
ดูไปแล้วคือการขอรับการช่วยเหลือ
ที่จริงคือการช่วยเหลือพวกเขา
ไม่ว่าจะเป็นประเด็นของการช่วยเหลือกำลังเงิน กำลังคน กำลังวัตถุ
หรือในด้านต่างๆ
รวมทั้งการอธิบายความจริงกับรัฐบาลประเทศต่างๆก็ดี
การสัมผัสติดต่อกับกลุ่มคนต่างๆในสังคมก็ดี
หรือการติดต่อกับสังคมในด้านต่างๆก็ดี
ล้วนแต่ไม่ใช่ทำเพื่อฝ่าหลุนกงเอง และไม่ใช่เพื่อการบำเพ็ญส่วนตัวของพวกท่าน
การบำเพ็ญของพวกท่านล้วนไม่เกี่ยวข้องกันกับสิ่งเหล่านี้
ทั้งหมดนี้คือเพื่อการช่วยเหลือคน
ในขณะที่พวกท่านกำลังสัมผัสกับคนก็คือกำลังช่วยเหลือคน
อาศัยการอธิบายความจริงบอกให้ผู้ที่ให้การสนับสนุนเข้าใจความจริงก็เป็นการช่วยเหลือคน
หลังจากเข้าใจความจริงแล้วบังเกิดผลทางด้านที่ดี
ก็เพื่อช่วยเหลือคนเช่นกัน
และพูดได้ว่า
หลังจากบรรลุผลให้คนธรรมดาสามัญเข้าใจได้แล้วสามารถให้การสนับสนุนได้ในระดับหนึ่ง
ผลกระทบจากการสนับสนุนนี้ก็ยังคงเป็นการช่วยเหลือคน
กระทั่งว่ากำลังทำเรื่องอะไรอยู่ไม่ว่าจะทำเรื่องเหล่านั้นสำเร็จก็ดี
ไม่สำเร็จก็ดี
ล้วนเป็นการช่วยเหลือคนอยู่
ล้วนเป็นการอธิบายความจริงอยู่
นี่คือสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าทำกัน
ถ้าหากไม่ทำเรื่องเหล่านี้การบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าก็สิ้นสุดไปแล้ว
ดังนั้นสิ่งที่พวกท่านทำอยู่ในขณะนี้ล้วนมุ่งต่อสรรพชีวิต
ในการบรรยายธรรมครั้งที่แล้วข้าฯยังพูดถึงว่า
การหยวนหมั่นของศตฝแต่ละคนไม่เป็นปัญหาแล้ว
ในขณะนั้นหลายคนอาจจะยังไม่ค่อยเช้าใจ
ที่จริงก็คือความหมายนี้
แน่นอนในขั้นตอนนี้
คล้ายกับว่าได้ยืดเส้นทางที่ศตฝจะเดินออกไป
เช่นนี้จึงปรากฏว่าด้านการยกระดับของแต่ละคนมีความเชื่องช้าไปบ้าง
แต่ว่าจะไม่มีผลกระทบอะไรต่อทุกท่าน
การทำเรื่องนี้(การช่วยเหลือคน)โดยตัวมันเองก็คือ
เป็นการสถาปนาธรรมานุภาพที่ใหญ่ยิ่งขึ้น
ช่างยอดเยี่ยมแล้ว
เพราะเขานั้นทำไปเพื่อสรรพชีวิต
ไม่ใช่เพื่อการได้อะไรสำหรับตนเอง ไม่เพียงแต่เพื่อการบำเพ็ญของแต่ละคน
ฉะนั้นระหว่างชั้นตอนที่ทุกท่านทำเรื่องนี้
ย่อมจะมีส่วนต่างๆที่ไม่เป็นไปตามที่คิด
และมีคนที่ไม่เข้าใจหรือกระทั่งมีผู้ฝึกที่ไม่เข้าใจ
เนื่องจากมักจะมีทั้งผู้ที่ก้าวหน้า
และผู้ที่ไม่ก้าวหน้า
มักจะมีผู้ฝึกที่ก้าวเข้ามาใหม่กับผู้ฝึกที่มาจากสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน
ดังนั้นการรับรู้
การมองปัญหา
ล้วนไม่เหมือนกัน
โดยเฉพาะผู้ฝึกจำนวนหนึ่งที่ออกมาจากจีนแผ่นดินใหญ่
ซึ่งอยู่ในสภาพถูกกดดันมาช้านาน
อยู่ในวัฒนธรรมพรรค
อยู่ในสภาพความสัมพันธ์ระหว่างคนที่ถูกวัฒนธรรมพรรคบิดเบือนไป มีความนึกคิดที่ผิดแปลกไปโดยสิ้นเชิงชนิดหนึ่ง
ผู้ฝึกแผ่นดินใหญ่
ไม่เพียงแต่ผู้ฝึก
คนธรรมดาสามัญก็เป็นเหมือนกัน
หลังจากที่มาถึงสังคมสากลประเทศ
พบว่าในสังคมที่ปกติ
สิ่งที่คนคิดนึกกัน
พฤติกรรมของคนทั้งหมดนั้น
ไม่เหมือนกับของคนจีนแผ่นดินใหญ่
กระทั่งเคยชินกับรูปแบบการดำเนินชีวิตในท่ามกลางวัฒนธรรมพรรค
และความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างคนกับคน
พอมาถึงสังคมสากลประเทศแล้วกลับรู้สึกว่าคนในต่างประเทศช่างโง่เชลามาก
ชาวต่างประเทศไม่เข้าใจความเคยชินในการดำเนินชีวิต
นิสัยและความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนของพวกเขา ที่จริงสภาพสังคมสากลประเทศจึงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนที่ปกติ
ท่านไม่ต้องใช้ความคิดมากจนเกินไปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนด้วยกัน
ในเรื่องนี้ไม่ต้องเปลี่ยนเป็นคนปลิ้นปล้อนอย่างนั้น
นี่คือมนุษย์ที่ปกติ
ที่จริงไม่ว่าท่านนี้จะฉลาดอย่างไร ปลิ้นปล้อนอย่างไร
ผลสุดท้ายก็เหมือนกัน
ที่พูดว่าคนๆนี้ทึ่มมาก
ท่านรู้สึกว่าเขาทึ่ม
เขาไร้เดียงสา
ส่วนคนนั้นปลิ้นปล้อนมาก
ไม่ว่าท่านจะเดินกันอย่างไรบนเส้นทางชีวิตของคน
ผลสุดท้ายก็เหมือนกัน
มิใช่เพราะว่าความปลิ้นปล้อนของคนก็จะเกิดการเปลื่ยนแปลงอะไรได้ และมิใช่เพราะว่าเขาไร้เดียงสาก็จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้
ความปลิ้นปล้อนมีแต่ทำให้ตนเองเปลี่ยนเลวลง
ในระหว่างที่ก่อกรรมยังทำให้คนลื่นไถลลงไป
สภาพแวดล้อมโดยรอบกับความตึงเครียดของตน
สามารถทำให้ใจคนยิ่งซับซ้อน
ความนึกคิดที่ซับซ้อนได้แต่ทำให้ตนเองแย่ลงไปอีก
พูดมาถึงตรงนี้ข้าพเจ้าก็ขอพูดอีกสักหน่อย
ในช่วงระยะใกล้ๆนี้ผู้ฝึกจำนวนหนึ่งที่ทยอยออกมาจากจีนแผ่นดินใหญ่
ต้องพยายามติดต่อสัมพันธ์กับผู้ฝึกที่อยู่นอกแผ่นดินใหญ่มากสักหน่อย
เปิดอกพูดมากสักหน่อย
เปิดเผยตนเองอย่างชัดแจ้ง
รูปแบบการดำเนินชีวิตของคนในสากลประเทศจึงเป็นรูปแบบปกติของการดำเนินชีวิตของคน
อย่างน้อยที่สุดคือรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน
แน่ละหากเปรียบกับคนโบราณที่ไม่มีเทคโนโลยียุคปัจจุบัน
นั่นก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ในยุคนั้นย่อมดีกว่านัก
จึงขอพูดเจาะจงแต่ยุคปัจจุบัน
หากพูดตามลักษณะสังคมยุคปัจจุบัน
สมควรพูดได้ว่าค่อนข้างปกติ
ดังนั้นในด้านนี้จึงควรติดต่อแลกเปลี่ยนกับผู้ฝึกต่างประเทศมากสักหน่อย
อย่าปฎิบัติต่อสังคมนี้โดยเอาแต่ยึดถือวิธีคิดตามรูปแบบวัฒนธรรมพรรคของจีนแผ่นดินใหญ่
ที่ผ่านมาคนจำนวนมากที่ออกมาจากจีนแผ่นดินใหญ่
ก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงกลับมาเป็นปกติเนื่องจากอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน
ในฐานะศิษย์ต้าฝ่าท่านต้องยืนยันความจริงให้ฝ่า
ต้องทำเรื่องที่ศิษย์ต้าฝ่าควรทำ
ท่านไม่อาจจะค่อยๆ
เปลี่ยนแปลงตนเองอยู่ท่ามกลางช่วงเวลายาวนาน
ไม่มีเวลามากอย่างนั้น
โดยเฉพาะผู้ที่ทำได้ไม่ดีเมื่ออยู่ในประเทศจีน
เคยทำผิดไปแล้ว
เจิ้งฝ่ายังไม่สิ้นสุด
ท่านรีบไล่ตามขึ้นมา
แน่ละกล่าวสำหรับผู้ฝึกใหม่ข้าพเจ้าคิดว่านี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่จนเกินไป
ศึกษาฝ่าให้มากๆ
พยายามตามให้ทัน
ตามให้ทันสถานการณ์การเจิ้งฝ่า
แน่ละพวกท่านก้าวผ่านมาในท่ามกลางลมฝนเป็นเวลานานเช่นนี้
ศิษย์ต้าฝ่าอยู่ในสังคมมนุษย์ได้ช่วยเหลือคนไว้มากมาย
ที่จริงก็ได้พลิกกลับผลกระทบของพิษร้ายที่สื่อของคอมมิวนิสต์จีนเคยแพร่ไปทั่วโลกเมื่อตอนเริ่มต้น
20 กรกฎาคม ปี 99 ในเวลานั้น
สื่อทั้งหมดที่มีอยู่ทั่วโลกต่างถ่ายทอดการโฆษณาชวนเชื่อเหล่านั้นตามกระบอกเสียงของพรรคมาร
เท่ากับทำการโฆษณาชวนเชื่อประทุษร้ายแทนมัน
จุดนี้ในสังคมตะวันตกพวกเขาไม่ได้มีสติเพียงพอ
คิดไม่ถึงว่าพรรคมารนี้จะชั่วร้ายอย่างนี้
และไม่ได้รับรู้อย่างแจ่มชัดอย่างนั้นต่อพรรคมาร
การเผชิญกับเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อที่ใส่ร้ายป้ายสีพวกเราไปทั่วโลกในด้านที่เลวอย่างขนานใหญ่อย่างนี้นั้น
แรงกดดันนั้นหนักมาก
แต่ศิษย์ต้าฝ่า
โดยเฉพาะคือผู้ฝึกเก่า
ไม่ได้ถูกทำให้กลัวจนล้มคว่ำไป
และศิษย์ต้าฝ่าในสังคมนานาประเทศก็ยอดเยี่ยมเหมือนกัน
เริ่มต้นทุกท่านเพียงแต่ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร ต่อมาค่อยๆรู้ตัว
มีสติสัมปชัญญะ
รู้ว่าควรจะไปปฏิบัติอย่างไร
ในช่วงเวลานี้
คนจำนวนมากต่างใคร่ครวญว่า
ที่แท้ฝ่าหลุนกงเป็นดังคำโฆษณาชวนเชื่ออย่างนั้นของพรรคมารหรือไม่
หลักพลังที่ฉันฝึกอยู่ที่แท้ถูกต้องหรือไม่
แน่ละเมื่อเผชิญกับการใส่ร้ายป้ายสีที่ชั่วร้ายเช่นนี้
ชีวิตจำนวนมากล้วนผ่านการใคร่ครวญอยู่ระยะหนึ่ง
ไม่ว่าอย่างไร
สุดท้ายศิษย์ต้าฝ่าก็ทำได้ดีมาก
ส่วนมากล้วนก้าวผ่านมาได้แล้ว
และได้ร่วมกับอานุภาพอันยิ่งใหญ่ของเจิ้งฝ่า
พลิกกลับสถานการณ์ทั้งหมดได้แล้ว
กระทั่งทำให้สุดท้ายกระบอกเสียงที่ถูกพรรคมารควบคุมทั้งหมดไม่กล้าใส่ร้ายป้ายสีพวกเราอีกในสังคมนานาชาติ
มันไม่กล้ากุเรื่องเท็จอีก
เพราะมันรู้ว่าศิษย์ต้าฝ่าที่เผชิญอยู่นั้นมีความสามารถเปิดโปงมัน
พอพรรคมารกุเรื่องเท็จอะไรขึ้นอีก
ทำเรื่องไม่ดีอะไรอีก
ในทันใดศิษย์ต้าฝ่าทั่วโลกก็จะเปิดโปงและสร้างความกระจ่าง
ทำให้ทั่วทั้งโลกล้วนรู้ชัดต่อสิ่งชั่วร้าย
พร้อมกับบอกให้คนได้รู้มากยิ่งขึ้น
ดังนั้นการใส่ร้ายป้ายสีของมันก็ดี
มันทำเรื่องชั่วก็ดี
จึงเท่ากับบอกให้ทั่วโลกมองเห็นความชั่วร้ายของมัน
ในเวลาเดียวกันยังช่วยโฆษณาฝ่าหลุนกงแทนพวกเรา
ทำให้ผลกระทบของฝ่าหลุนกงแผ่ขยายใหญ่ในจิตใจของประชาชนทั่วโลก
มันทำเรื่องอะไรล้วนแต่เป็นช่วยโฆษณาแทนพวกเรา
ที่จริงไม่ว่าอิทธิพลเก่าจะทำอย่างไร
ในความสัมพันธ์ของการเสริมและต้านซึ่งกันและกันของจักรวาลก็ต้องเป็นเช่นนี้
ไม่ว่ามันจะทำอย่างไรล้วนกำลังช่วยโฆษณาแทนศิษย์ต้าฝ่า อย่างเช่นศิษย์ต้าฝ่าทำโครงการมากมาย
พอสิ่งชั่วร้ายมารบกวน
พลังที่ถูกต้องดีงามก็ตามมาพร้อมกัน
คนชั่วทำเรื่องอะไรก็เหมือนกันทั้งนั้น
เพียงทันทีที่มันใส่ร้ายป้ายสีพวกเรา
จะทำเรื่องชั่วสักหน่อย
หรือสร้างเรื่องก่อกวน
โดยตัวมันเองก็เป็นการขยายผลแทนพวกเรา
หลายปีมานี้มีเรื่องมากมายที่พรรคมารช่วยโฆษณาแทนเรา เว็บไซต์ที่ศิษย์ต้าฝ่าทำก็ดี ทีวีก็ดี หนังสือพิมพ์ต้าจี้หยวนก็ดี มากมายหลายเรื่องล้วนแต่ผ่านเรื่องเช่นนี้ทั้งนั้น โดยเฉพาะงานแสดงกาล่า(การแสดงสัญจรราตรีสโมสรชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลกของสถานีทีวีซินถังเหริน)เมื่อปีกลาย เดิมทีมีคนรู้จักไม่มากเท่าไร มันก็เที่ยวโฆษณาไปทั่ว บอกคนไปทั่วว่าไม่ให้มาดู ทำได้ทั่วถึงยิ่งกว่าศิษย์ต้าฝ่าเสียอีก (ที่ประชุมหัวเราะ) ไปหาคนมากกว่าที่พวกเราทำเสียอีก (ที่ประชุมหัวเราะ ปรบมือ) ที่ค่อนข้างเป็นรูปธรรม อย่างเช่น การแสดงที่เมืองแคนเบอร์ร่า ประเทศออสเตรเลีย มันได้โทรศัพท์ไปถึงŪ